ปัญหาของคนอยู่คอนโด เมื่อเครื่องซักผ้าที่บ้านซักผ้านวมไม่ไหว
ปัญหาของคนอยู่คอนโด: เมื่อเครื่องซักผ้าที่บ้านซักผ้านวมไม่ไหว เครื่องซักผ้าในคอนโดส่วนใหญ่มีความจุประมาณ 6–8 กิโลกรัม ซึ่งผ้านวมขนาด 6 ฟุตมักจะ ยัดใส่ได้พอดี ปัญหาคือ หลายคนเข้าใจว่า “ใส่ได้ = ซักได้” ความจริงไม่ใช่แบบนั้น เครื่องอาจปั่นจนจบรอบ และผ้านวมก็ดูสะอาด แต่ไม่ได้หมายความว่ามันสะอาดจริง ทำไมผ้านวมถึงซักยากกว่าผ้าทั่วไป การซักผ้าไม่ได้อาศัยแค่น้ำกับน้ำยาซักผ้า แต่ต้องอาศัย พื้นที่ให้ผ้าขยับตัว เมื่อผ้าหมุนผ่านน้ำ น้ำยาซักผ้าจะซึมเข้าไปในเนื้อผ้า และในรอบล้าง น้ำสะอาดก็จะชะล้างคราบและน้ำยาที่ตกค้างออก แต่ถ้าผ้านวมอัดแน่นจนเต็มถัง มันแทบไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ แทนที่จะหมุนผ่านน้ำ ผ้านวมจะอมน้ำจนกลายเป็นก้อนหนัก แล้วเครื่องทำได้เพียงพลิกไปมา ซึ่งต่างจากการซักที่มีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ผลิตหลายราย เช่น Hotpoint แนะนำว่า ผ้านวมต้องมีพื้นที่ขยับตัวได้อย่างอิสระในถังซัก จึงจะซักได้สะอาดจริง โดยทั่วไป เครื่อง 7–8 กิโลกรัม ถือว่าเป็นขนาดขั้นต่ำสำหรับผ้านวม 6 ฟุต ถ้าเป็น 9–10 กิโลกรัม จะซักได้มีประสิทธิภาพกว่าอย่างเห็นได้ชัด หากถังซักแน่นเกินไป สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ซักไม่สะอาด แต่ น้ำยาซักผ้าอาจล้างออกไม่หมด และความชื้นก็จะค้างอยู่ในใยผ้านวมด้วย […]



การเข้าแจ้งความ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ ยายศรีวรรณได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาข่มขู่ อ้างตัวเป็นตำรวจ บอกว่าตนได้จ่ายเงินค่าโทรศัพท์ทางไปรษณีย์ จ.สงขลา ในชื่อของหญิงคนหนึ่ง แต่จำชื่อไม่ได้ ซึ่งหญิงดังกล่าวได้ติดค่าโทรศัพท์ และมีส่วนพัวพันกับยาเสพติด โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์บอกให้คุณยายพูดสายกับชายที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจ ซึ่งสามารถอายัดทรัพย์สินให้ได้ หากคุณยายบอกเลขบัตรประชาชนและเลขที่บัญชี พร้อมถามต่ออีกว่า มีเงินในบัญชีเท่าไหร่ ซึ่งยายได้บอกไปว่ามี 700,000 บาท จากนั้น คนร้ายก็พยายามเค้นถามเลขบัตรประชาชนและบัตรเครดิตอีก แต่ก็ไม่ได้บอกไป เพราะกลัวมาก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งกับทางตายาย ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่สามารถเบิกเงินในแบงก์ได้ เนื่องจากต้องมีลายเซ็น ซึ่งคนร้ายจะให้ผู้ถูกหลอกไปยังตู้เอทีเอ็ม แต่กรณียายที่ไม่ได้บอกเลขบัญชีและเลขบัตรประชาชนก็ไม่มีอะไรน่ากังวล โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แนะนำวิธีโต้ตอบกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทางโทรศัพท์ ทำให้สองตายายเดินกลับบ้านอย่างสบายใจ