จากประสบการณ์วงการยากว่า 47 ปี “เคนยากุ” ไม่ได้ผลิตเพียงสินค้า แต่เราสร้างความสำเร็จให้กับแบรนด์สุขภาพของลูกค้า
หากคุณมีไอเดียอยากทำสินค้าอาหารเสริมมาสักพักแล้ว แต่พอถามตัวเองว่า “แล้วจะผลิตยังไง?” ทุกอย่างก็หยุดอยู่แค่นั้น แต่ความจริงแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของโรงงาน เพราะทุกวันนี้ธุรกิจอาหารเสริมเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการที่ “มีไอเดีย มีความมุ่งมั่น” ไว้กับผู้รับผลิต OEM ที่มีความเชี่ยวชาญ สามารถทำให้คุณเริ่มธุรกิจนี้ได้ เคนยากุ ยืนหนึ่งที่ผู้ประกอบการในวงการอาหารเสริมพูดถึงบ่อย และเมื่อดูที่มาก็เข้าใจว่าทำไมถึงตอบโจทย์ผู้ที่อยากจะผลิตแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง [จุดเริ่มต้นจากยาแผนปัจจุบันสู่เส้นทาง OEM อาหารเสริม] บริษัทนี้ไม่ได้เริ่มจากการเป็น OEM อาหารเสริมตั้งแต่แรก แต่มีรากฐานมาจาก โรงงานผลิตยาแผนปัจจุบัน ที่สะสมความเชี่ยวชาญด้านคุณภาพ นวัตกรรม และมาตรฐานความปลอดภัยมานานกว่า 47 ปี เมื่อกระแสสุขภาพเชิงป้องกันเริ่มขยายตัว เคนยากุจึงขยับบทบาทจากผู้ผลิตยามาสู่ OEM อาหารเสริม เป็น “Business Partner” ที่พร้อมเติบโตไปกับลูกค้า ภญ. กัญรดา ปัญญาธนพร กรรมการบริหารส่วนงานการตลาดและขาย บริษัท เคนยากุ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายจุดยืนของบริษัทว่า เราพยายามขยายบทบาทของตัวเองจากเป็นผู้ผลิตอย่างเดียว ตอนนี้เป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ให้คำปรึกษาด้านการตลาด เป็นเพื่อนคู่คิดให้กับผู้ประกอบการที่อยากสร้างแบรนด์สินค้ายา และอาหารเสริมเป็นของตัวเอง […]



เริ่มจากค่อยๆเก็บเงินแล้วซื้อที่ดินสะสมเรื่อยมาจนมี 80 ไร่ ช่วงเริ่มต้นไม่ได้ปลูกไผ่ แต่เลือกลงทุน 6 แสนบาท ในการปลูกอ้อย 50 ไร่ แต่ปลูกนาน 4 ปี พบว่าขาดทุนสะสมไปกว่า 4 แสนบาท จึงเลิกปลูกแล้วหันมาปลูกไผ่แทน
ทั้งนี้ ได้เรียนรู้วิธีการเพาะปลูกผ่านทางอินเตอร์เน็ต โซเชียลมีเดียต่างๆ รวมถึงการไปศึกษาดูงานในสถานที่จริง จนถึงปี 54 ได้ต้นพันธุ์ไผ่กิมซุงมาฟรี จึงเริ่มเพาะปลูกอย่างจริงจัง นอกจากไผ่กิมซุงแล้ว ยังปลูกไผ่บงหวานเพชรผึ้ง ไผ่สารวิน โดยช่วงแรกเริ่ม ใช้พื้นที่ปลูกทั้งหมดราวๆ 9 ไร่ ต้นทุนต่อไร่เฉลี่ย 1-2 หมื่นบาท ใน 1 ไร่ สามารถปลูกได้ 100 – 200 ต้น และดูแลไม่ถึงปีก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้
โดยไผ่กิมซุง จะต้องหมั่นรดน้ำมาก เนื่องจากมีใบเยอะและหนา ส่วนไผ่สารวินก็ใช้น้ำมากเช่นเดียวกัน และไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง นิยมกินแบบสดๆ เนื่องจากรสไม่ขม ปรุงได้หลายเมนู จึงขายได้ราคาดี รายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 70,000 – 75,000 บาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายหน่อไม้และขายกิ่งพันธุ์