Mos Burger

ทางออกใหม่! Mos Burger ดัน AI คุม Drive-thru สยบปัญหาขาดแคลนพนักงาน

Mos Burger ร้านเบอร์เกอร์ในญี่ปุ่น เปิดตัวบริการ Drive-thru โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามารับออเดอร์แทนที่มนุษย์ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

 

บริษัท Mos Food Services ได้ทดสอบเทคโนโลยีดังกล่าวที่สาขาแห่งหนึ่งใกล้กรุงโตเกียว โดยเป็นบริบทที่ลูกค้าโต้ตอบกับ AI เพื่อสั่งซื้อสินค้า ส่วนพนักงานมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องในข้อมูล และได้นำสินค้ามาส่ง ซึ่งในอนาคตทางร้านค้าต้องการให้กระบวนการสั่งซื้อสินค้าทั้งหมดดำเนินการด้วย AI เพียงอย่างเดียว เนื่องจากปัจจุบันต้องใช้พนักงานต่อหนึ่งคน

 

Hamasaki Shinichiro ผู้รับผิดชอบด้านการพัฒนานวัตกรรมร้านค้า Mos Food Services กล่าวว่าการแบ่งงาน เช่น ให้ AI รับคำสั่งซื้อ และให้มนุษย์ทำหน้าที่อื่น ๆ ในร้านค้า ซึ่งนำไปสู่การยกระดับการบริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยบริษัทวางแผนที่จะทดสอบบริการ AI อีกประมาณ 5 แห่งในปีงบประมาณถัดไป และมีเป้าหมายจะขยายการใช้งานไปยังสาขาอื่น ๆ อีก 600 แห่งทั่วประเทศในที่สุด

 

 

สำหรับในอุตสาหกรรมแฮมเบอร์เกอร์ การใช้ระบบสั่งอาหารผ่านมือถือ และหน้าจอสัมผัสกำลังแพร่หลาย แต่การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยังค่อนข้างช้า

 

ในมุมมองทางธุรกิจ การนำ AI เข้ามาเฝ้าหน้า Drive-thru คือการแก้ปัญหาแบบยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว ประการแรกคือการ ปิดช่องว่างวิกฤตแรงงาน โดยเฉพาะในญี่ปุ่นหรือเมืองใหญ่ที่หาพนักงานพาร์ทไทม์ยากขึ้นเรื่อย ๆ AI สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่มีคำว่าเหนื่อยล้า ลดความผิดพลาดจากการจดออเดอร์ผิด และที่สำคัญคือช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน (OpEx) ในระยะยาวได้อย่างมหาศาล แม้การลงทุนช่วงแรกจะสูง แต่เมื่อเทียบกับค่าจ้างและสวัสดิการพนักงานในระยะยาวแล้ว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและคืนทุนไวครับ

 

นอกจากเรื่องคนแล้ว AI ยังเป็น เครื่องมือเพิ่มยอดขายที่ทรงพลัง เพราะ AI จะถูกโปรแกรมให้แนะนำเมนูเสริม เช่น “รับเฟรนช์ฟรายส์เพิ่มไหมคะ?” หรือ “ลองเครื่องดื่มตัวใหม่คู่กับเบอร์เกอร์นี้ดูไหม?” ได้อย่างแม่นยำและสม่ำเสมอ 100% ซึ่งต่างจากพนักงานที่เป็นมนุษย์ซึ่งอาจหลงลืมหรือเหนื่อยเกินกว่าจะเชียร์ขายในช่วงเร่งด่วน ข้อมูลเหล่านี้ยังถูกจัดเก็บเป็น Big Data เพื่อนำไปวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ทำให้แบรนด์รู้จักลูกค้าได้ลึกซึ้งกว่าเดิม

 

 

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญที่ Mos Burger ต้องเจอคือ “เสน่ห์ของงานบริการ” เพราะจุดขายของแบรนด์นี้คือความใส่ใจและคุณภาพอาหารที่ดูเป็นกันเอง การเปลี่ยนจากเสียงคนมาเป็นเสียงสังเคราะห์อาจทำให้ลูกค้ารู้สึก “ห่างเหิน” ได้ในช่วงแรก

 

ดังนั้น โจทย์ใหญ่คือจะทำอย่างไรให้ AI ฉลาดพอที่จะโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีอารมณ์ขัน หรือสามารถจัดการกับคำสั่งซื้อที่ซับซ้อนได้โดยไม่สร้างความหงุดหงิดให้ลูกค้า ถ้าทำจุดนี้สำเร็จ จะไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาคนขาดเท่านั้น แต่มันคือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Fast Food เลยทีเดียว

 

ที่มา: nhk, japantimes

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ