โฆษณาที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ มีผู้ชมกดเข้าไปดูมากกว่า 5 ล้านครั้ง นั่นคือ Mynds – มายด์ เสื้อไม่ร้อน ที่นำเอาบุคคลมีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็น เต้ มงคลกิตติ์, บอบู๋, บังโต, เปา iHAVECPU และ แก๊ปโบ้ จากสงครามส่งด่วน เข้ามาร่วมเล่นในโฆษณาเดียวกัน
จากโฆษณาที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นไวรัล ทำให้เสื้อผ้าแบรนด์ Mynds – มายด์ กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากพนักงานขายเสื้อผ้าแฟชั่นที่ตลาดนัดสวนจตุจักรที่มองเห็นปัญหา คือการได้รับสินค้า และผ้าไม่ตรงตามที่สั่ง ตลอดจนได้รับสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด การบริการที่ไม่ครบวงจรของซัพพลายเออร์
เหล่านี้เป็นปัญหาสุดคลาสสิคให้กับลูกค้า จาก Pain Point ตรงนี้ จึงตัดสินใจแก้ปัญหานั้นด้วยตัวเอง จากพ่อค้าเสื้อในตลาดนัด เริ่มต้นธุรกิจด้วยทีมงานแค่ 10 คน กลายมาเป็นเจ้าของโรงงานที่วันนี้ปั้นแบรนด์ขึ้นมาเองภายใต้หลังคาเดียวกัน
Mynds วางตัวเองเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่เกิดมาเพื่อสู้กับอากาศร้อนของเมืองไทย โดยตั้งคำมั่นที่จะเป็น “เสื้อที่เข้าใจอุณหภูมิของคนไทย” Hero Product คือเสื้อ ULTRACOOL ที่เย็นตั้งแต่สัมผัสแรก ไม่ใช่แค่ “เสื้อสวย” แต่เป็น “เสื้อแก้ปัญหา” ซึ่งมีสินค้าที่หลากหลาย ครอบคลุมเครื่องแต่งกาย ทั้ง เสื้อยืด, เสื้อโปโล, เสื้อเชิ้ต, เสื้อฮู้ด, ยูนิฟอร์ม, เสื้อแจ็คเก็ต, กางเกงขายาว, ยีนส์, เสื้อแฟชั่นผู้หญิง, เสื้อผ้าเด็ก เพื่อตอบโจทย์การแต่งตัวทุกรูปแบบ

แน่นอนว่าคลิปโฆษณา ‘พี่เต้จะไปไหน’ ยิ่งจุดชนวนสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์เพิ่มขึ้นไปอีก โฆษณาตัวนี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จเพราะโชค แต่เพราะมีการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่แม่นยำซ้อนกันอยู่หลายชั้น ตั้งแต่ระดับ Positioning ไปจนถึงระดับการออกแบบคอนเทนต์ในนาทีต่อนาที
[Single-Minded Message “เสื้อไม่ร้อน”]
การตัดสินใจเลือก Brand Promise เพียงข้อเดียว แตกต่างจากแบรนด์ส่วนใหญ่ที่พยายามชูจุดเด่นหลายเรื่องขึ้นมาพร้อมกัน โดยหากดูเนื้อหาตลอดคลิป แบรนด์ต้องการสื่อถึงความร้อนในประเทศไทยจนนำมาสู่เรื่องอารมณ์ร้อน ไม่อยากจะทำอะไร พร้อมย้ำคำว่า “ร้อน” อยู่เรื่อยๆ เพื่อฝังในหัวคนดูว่าถ้าอยากหาเสื้อที่ไม่ร้อน ต้องนึกถึง Mynds
นี่คือหลักการที่เรียกว่า “Own a Word in the Consumer’s Mind” แทนที่จะแข่งขันในทุกมิติ ให้เลือก 1 คำแล้วครองมันให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ “เสื้อไม่ร้อน” ไม่ใช่แค่ tagline แต่เป็น Positioning ที่แก้ Pain Point จริงของคนไทยที่อยู่ในประเทศอากาศร้อนเกือบตลอดปี
[Influencer Selection ตรรกะเบื้องหลัง 5 คนที่ไม่ควรอยู่ในคลิปเดียวกัน]
นักแสดงทั้ง 5 คน มาจากคนละอุตสาหกรรม โดยการเลือกอินฟลูเอนเซอร์ของแบรนด์ไม่ได้ใช้ตรรกะหาคนในวงการแฟชั่น แต่เลือกใช้ความโดดเด่นของแต่ละคนที่มีฐานผู้ติดตามอยู่แล้ว
– เต้ มงคลกิตติ์ดึงคนสายการเมืองและคนที่ตามข่าว
– บอบู๋ สายฟุตบอล, กีฬา
– เปา iHAVECPU ดึงคนสาย Tech และ SME
-บังโต สายคนชื่นชอบอาหาร, แฟนเพลงที่ตอนยังเป็นนักร้อง
-แก๊ปโบ้ดึงกลุ่ม Comedy/Internet Culture
เมื่อนำทั้ง 5 มาไว้ในคลิปเดียว ฐานผู้ชมที่ขยายออกไปไม่ใช่การบวก แต่เป็นการคูณ แต่ละกลุ่มแชร์ในวงของตัวเองให้กลายเป็นวงกว้าง
[ทุกคนแสดงความเป็นตัวเอง]
แต่ละคนในโฆษณาแทบจะแสดงเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เต้ มงคลกิตติ์ ที่เหมือนกลับมาหาเสียงอีกครั้ง, บอบู๋ ที่หยอกล้อตามสไตล์ที่คุ้นเคย, เปา iHAVECPU ที่ขายของตรงๆ แบบมืออาชีพ, บังโตที่ขับแท็กซี่และร้องเพลง แต่ละคนไม่ได้ถูกบังคับให้พูดตามสคริปต์

เมื่อทำออกมาในรูปแบบนี้สามารถแก้ปัญหาหลักของโฆษณาในยุคโซเชียล ซึ่งก็คือคนจะกดข้าม หรือเลื่อนผ่านทันทีที่รู้ว่ากำลังดูโฆษณา แต่เมื่อ 2 นาทีแรกให้ความบันเทิงในระดับที่ดูแล้วไม่รู้สึกว่าถูก “ขายของ” คนก็ดูจนจบโดยสมัครใจ และเมื่อถึงจุดที่พูดถึงสินค้า สมองของผู้ชมก็ถูกเตรียมพร้อมด้วย “อารมณ์ร้อน” ที่สะสมมาตลอดทั้งคลิปแล้ว

เช่นเดียวกับ ในยุคที่ผู้บริโภคมีนิ้วพร้อมเลื่อนผ่านตลอดเวลา โฆษณาที่บอกสรรพคุณสินค้าตั้งแต่วินาทีแรก คือโฆษณาที่ตายก่อนจบ ลองคิดว่าจะสร้างความบันเทิง ความอยากรู้ หรืออารมณ์อะไรในคนดูได้ก่อน แล้วค่อยวาง Proposition ของแบรนด์ลงในจุดที่อารมณ์นั้นถึงจุดสูงสุด
เรื่องราวของ Mynds ไม่ใช่โฆษณาที่เป็นกระแส แต่คือภาพรวมทั้งหมดที่มองเห็นเมื่อถอยออกมา
นี่คือบริษัทที่เริ่มจากพ่อค้าเสื้อในตลาดนัด เจ็บปวดกับปัญหาของตัวเอง แล้วแก้ปัญหานั้นด้วยการสร้างโรงงานเอง และเมื่อถึงเวลาที่จะพาตัวเองออกสู่ตลาด B2C พวกเขาก็เลือกแก้ Pain Point ของลูกค้าในแบบเดียวกัน นั่นคือพูดตรงๆ ในสิ่งที่คนรู้สึกแต่ไม่เคยมีใครพูดให้ฟัง
“เสื้อไม่ร้อน” คือประโยคที่เรียบง่ายที่สุด แต่มันเกิดขึ้นได้จากความเข้าใจลูกค้าที่ลึกที่สุด และในโลกของธุรกิจที่แบรนด์ต่างๆ แข่งกันพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งคนที่ชนะคือคนที่กล้าพูดน้อยลง แต่พูดให้ตรงกว่า
นี่คือบทเรียนที่แท้จริงจาก Mynds สำหรับผู้ประกอบการทุกคน
ที่มา: v-wearing
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 85