ในยุคปัจจุบันนี้ คงต้องยอมรับกันว่าอินเทอร์เน็ตมีบทบาทกับชีวิตของผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะสมาร์โฟนซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนในยุคดิจิทัลมากที่สุด เพราะสามารถใช้งานได้หลากหลาย เรียกได้ว่า เครื่องเดียวตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้งานได้และอาจพูดได้ว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการใช้ชีวิตของเราไปแล้วโดยมีผลการวิจัยจากหลาย ๆ องค์กรต่างพูดถึงค่านิยมของคนไทยที่ใช้เวลากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทโฟนเฉลี่ยประมาณ 7.2 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะแสงบนหน้าจอประกอบด้วยแสงสีฟ้า ส่งผลเสียต่อจอประสาทตาโดยตรง อาจทำให้ดวงตาเสื่อมสมรรถภาพ เสี่ยงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม และโรคนิ้วล็อคเนื่องจากคุยแชทหรือเล่นสมาร์ทโฟนได้เลย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นข้อความหรือได้ยินเสียงแจ้งเตือนมาจากเจ้าสมาร์ทโฟนนี้ หากไม่หยิบจับ ขึ้นมาเช้คข้อมูลดูแล้วล่ะก็ อาจจะรู้สึกกระวนกระวายใจ เหมือนอะไรในชีวิตขาดหายไป จนเป็นที่มาของคำว่า FOMO FOMO อ่านว่า โฟโม่ เป็นคำที่ย่อมาจากคำว่า Fear of Missing out ซึ่งแปลแบบเข้าใจง่ายๆก็คือ “กลัวการคกกระแส” โดยคนกลุ่มนี้ชอบ (ถึงเข้าขั้นกระหาย) ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ กง่าใคร ๆ และมีความอยากที่จะรับรู้ข่าวสารต่าง ๆ ก่อนคนอื่น รวมทั้งภาคภูมิใจหากตนรู้เรื่องคนเหล่านั้นก่อนคนอื่น รวมทั้งภูมิใจที่รู้เรื่องนั้นก่อนใคร และจะรู้สึกเสียความมั่นใจหากตนไม่รู้เรื่องที่กำลังเป็นกระแส ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมเหล่านี้เราเห็นกันเป็นอย่างมากจนมีคำว่า “สังคมก้มหน้า” ที่หมายถึงผู้คนเอาแต่ก้มหน้าดูหน้าจออยู่ตลอดเวลาไม่สนใจสิ่งรอบข้างที่เกิดขึ้นจริง ยิ่งมีการวิจัยออกมาแล้วว่า คนไทยใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเฉลี่ย 7.2 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้เห็นและเป็นไปได้ว่าคนเรา “เสพติด” […]