บูรพา-อาคเนย์ 1ปีซูจี: ไม่มีอะไรใหม่ที่ด่านการค้าชายแดนพม่า
บัณรส บัวคลี่ 1.กรณีโรฮีนจา รัฐบาลพลเรือนพรรค NLD นำโดยอองซานซูจี ที่ชนะเลือกตั้งถล่มทลายเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2558 กำลังจะก้าวเข้าสู่วาระครบรอบหนึ่งปี แต่ดูเหมือนว่าห้วงเวลาแห่งน้ำผึ้งพระจันทร์ดูจะน้อยเหลือเกิน ซูจีอุตส่าห์เปิดเวทีเจรจาสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษ 21 อย่างเอิกเกริกที่เนย์ปิดอว์ ประชุมรอบแรกไปไม่ทันไรก็เกิดเหตุฆ่าฟันชาวโรฮินจาที่รัฐยะไข่ แล้วก็เหตุกองกำลังชนกลุ่มน้อย 4 กลุ่มจับมือกันถล่มทหารพม่ากลางถนนหลวงที่ละแวกเมืองมูเจ่ (Muse) ใกล้พรมแดนจีนด่านหยุยลี่ (Rulli) มีราษฎรเสียชีวิต จนบัดนี้สถานการณ์ก็ยังไม่ดี ชาวคะฉิ่น ชาวไตและราษฎรละแวกนั้นอพยพข้ามแดนลี้ภัยไปจีนหลายพันคน ด่านการค้าสำคัญที่มีรถบรรทุกเข้าออกวันละเป็นร้อยคันปิดโดยปริยาย เฉพาะสองเหตุการณ์ใหญ่ที่เป็นข่าวระดับนานาชาติ (ไม่รวมข่าวภายในประเทศ) สะท้อนว่าเจตนารมณ์ของอองซานซูจีตลอดถึงภาวะและบรรยากาศของรัฐบาลพลเรือนยังไม่ได้ช่วยให้ปัญหารากเหง้าระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ให้กระเตื้องขึ้นตามหวัง และที่สำคัญที่สุด ยิ่งโลกเคลื่อนไปข้างหน้าปมปัญหาก็ซับซ้อนขึ้นๆ เรื่องมุสลิมและโรฮีนจาก็ปมหนึ่ง – โรฮีนจาเป็นบาดแผลดั้งเดิมผลพวงมาจากยุคอาณานิคม จากเดิมที่เป็นเรื่องภายในแทบไม่มีโลกภายนอกรู้จัก คนไทยเมื่อ 10 ปีก่อนก็ไม่รู้จักมักจะเรียกเหมารวมพวกที่มาจากอาระกันว่าชาวยะไข่ตามที่เคยเรียก แต่มายุคนี้ โรฮีนจายกระดับเป็นประเด็นนานาชาติไปแล้ว UN จับตา แถมโลกมุสลิมร่วมกดดัน มาเลเซียถึงกับจะถอนทีมฟุตบอลไม่ร่วมลงแข่งเอเชียนซูซูกิคัพเป็นการประท้วง นี่เป็นประเด็นที่นานๆ ครั้งจะเห็นชาติตะวันตกกับโลกมุสลิมเห็นพ้องร่วมกัน ก็ว่าได้ เรื่องนี้ปิดไม่อยู่แล้ว NGOs สื่อตะวันตกและเครือข่ายสื่อมุสลิมเกาะติดเหตุการณ์อยู่แล้ว […]


