รับรู้ถึงปัญหา เสนอวิธีแก้ พร้อมปรับแนวทาง เพื่อฝ่าวิกฤตไปกับประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย
จากสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นในประเทศของเราที่ลากยาวต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว ส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบนี้อย่างทั่วถึง เมื่อประกอบกับการล็อกดาวน์รอบล่าสุดนี้เข้าไป ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ ย่ำแย่หนักยิ่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเมื่อพูดถึงผู้ประกอบการธุรกิจในไทย เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ผู้คร่ำหวอดในวงการนี้ ที่ได้ให้ความเห็นถึงผลกระทบของเอสเอ็มอีไว้อย่างน่าสนใจว่า “ผู้ประกอบการ ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มบอบบางและเป็นบุคคลธรรมดากว่า 2.7 ล้านราย ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากมาตรการการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งเป็นกลุ่มที่หาเช้ากินค่ำ มีรายได้น้อย ส่วนผู้ประกอบการรายย่อม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการนิติบุคคล ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากสถานการณ์การระบาดที่รุนแรงในรอบที่ 3 ตั้งแต่เดือนเมษายน จนมาถึงระลอกที่ 4 ส่งผลให้มีปัญหาด้านยอดขายและสภาพคล่องตัว”.พร้อมให้ข้อมูลต่อว่า สถานการณ์ของเอสเอ็มอีในขณะนี้กว่า 80 % ที่ได้รับผลกระทบมียอดขายที่ลดลงกว่า 50-80% ซึ่งจะลงผลกระทบตามมาอีกในไม่ช้า ด้านความสามารถในการชำระหนี้ เป็นสิ่งที่สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยมีความห่วงใย กังวล และพยายามที่จะหามาตรการที่ตอบโจทย์ เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารในหลายกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาพร้อมกับการป้องกันการเพิ่มขึ้นของหนี้ NPL ในระบบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สมาพันธ์เอสเอ็มอีพยายามขับเคลื่อนมาโดยตลอด . .กลุ่มเปราะบางรายย่อยเจ็บหนักที่สุด เพราะกลุ่มนี้คือกลุ่มรายย่อยที่มีรายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านต่อปี ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ มักเป็นบุคคลธรรมดา […]


