บูรพา-อาคเนย์ ตอนปางโหลง 2 : จุดเริ่มต้นของสหพันธรัฐพม่าแห่งศตวรรษ21 ? : บัณรส บัวคลี่
เวทีเจรจาปางโหลง#2 เป็นดำริริเริ่มของนางอองซานซูจี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและมุขมนตรีแห่งรัฐ (State Counsellor) โดยการจะเปิดโต๊ะเจรจาหาอนาคตร่วมกันกับแกนนำชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ แบบเดียวกับที่นายพลอองซานบิดาของเธอเคยร่วมประชุมและลงนามในสนธิสัญญาปางโหลงก่อนที่พม่าจะได้เอกราชเมื่อครั้งกระโน้น สนธิสัญญาปางโหลงรอบแรก (1947) ที่ได้ระบุว่ารัฐบาลพม่าจะจัดรูปแบบของรัฐให้เป็นสหพันธรัฐ ชนกลุ่มน้อยต่างๆ แยกกันไปปกครองกันเองภายใต้ร่มธงประเทศเดียวกัน แต่สนธิสัญญาดังกล่าวถูกฉีกไป แล้วพม่าก็ปกครองโดยระบอบทหารมายาวนานจากยุคเนวินมาถึงสลอร์ค-เอสพีดีซี เพิ่งจะมีการเลือกตั้งต่อเนื่อง 2 ครั้งในช่วง 5-6 ปีหลังนี้เอง ในระหว่างนั้นรัฐบาลทหารพม่าก็รบเอาเถิดกับชนกลุ่มน้อยต่างๆ รบไปบ้างเจรจากันไปบ้าง ไม่เคยมีห้วงเวลาที่สงบสันติอย่างแท้จริงมาตลอด 50 กว่าปี “ปางโหลง” จึงเป็นถ้อยคำสัญลักษณ์ที่มีน้ำหนักในทางการเมืองสูงมาก ชนกลุ่มน้อยติดอาวุธสู้รบกับรัฐบาลมักจะอ้างอิงความชอบธรรมจากปางโหลงขึ้นมาก่อน และมันก็เป็นรอยตำหนิของชนชาติพม่าผู้ปกครองจริงๆ ที่จงใจบิดพลิ้วด้วยความคิดที่ว่าหากปล่อยให้สนธิสัญญาปางโหลงดำเนินต่อไปตามนั้น มีโอกาสสูงมากที่ประเทศพม่าอันยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์จะแตกออกเป็นเสี่ยง เกิดการประกาศอิสรภาพทยอยตามมาเป็นลูกโซ่ ซึ่งนี่ก็เป็นวิธีคิด และเป็นเหตุเป็นผลของฝ่ายชาวพม่าอย่างแท้จริง หากย้อนกลับไปดูบริบทแวดล้อมทางประวัติศาสตร์ในยุคนั้นที่เป็นยุคสงครามเย็น พม่าเองก็มีประวัติการถูกมหาอำนาจต่างชาติแทรกแซงมายาวนาน และด้วประวัติศาสตร์ยุคก่อนหน้าคองบอง ที่ชนชาติพม่ามีอำนาจสูงเป็นผู้ปกครองดินแดนของชนกลุ่มน้อยมาก่อน ฯลฯ จึงทำให้เกิดความคิด (ฉีกสัญญา) ดังกล่าว จนนำมาสู่การสร้างประเทศเพื่อให้ชาวพม่าเป็นผู้ปกครองหลักในยุคต่อมา แม้ผู้ปกครองทหารพม่าจะพยายามสร้างความมั่นคงโดยใช้การทหารนำ ปราบปรามชนกลุ่มน้อยติดอาวุธมาโดยต่อเนื่อง ทศวรรษแล้วทศวรรษเล่า แต่ที่สุดแล้วยังไม่สามารถกล่าวได้เต็มคำว่ารัฐบาลพม่าสามารถสร้างสันติภาพระหว่างชาวพม่ากับชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ ได้จริง ต่อให้มีกลุ่มกองกำลังที่เจรจาและวางอาวุธ มีการจัดสรรแบ่งประโยชน์ระหว่างรัฐบาลกลางกับแกนนำชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ แต่ที่สุดก็จะยังมีชนกลุ่มน้อยอื่นที่จับอาวุธเคลื่อนไหวต่อ หลังจากพม่ามีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งเมื่อปี 2011 ในรัฐบาลประธานาธิบดีเต็งเส่งเป็นต้นมา มีการเจรจาระหว่างทางการกับชนกลุ่มน้อยต่อเนื่องอยู่ต่อไป สถานที่ซึ่งจัดประชุมก็คือเมืองเชียงใหม่ […]


