ต้อหิน ภัยร้ายที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี
ปัจจุบัน เราคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ มีความจำเป็นกับเรา เราใช้กันเป็นประจำจนกลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว บางคนตื่นมายังไม่ทันได้ลุกจากที่นอนก็เริ่มเล่นมือถือแท็บเล็ตแล้ว หลังจากนั้นยังต้องต้องนั่งทำงาน หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน หลังจากกลับมาบ้าน ก่อนนอนก็ยังนอนเล่นมือถือ โดยที่บางคนปิดไฟเล่น หลายคนทำจนกลายเป็นความเคยชิน สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้สายตาไม่ได้พักผ่อน และใช้งานหนักอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับดวงตาได้ หนึ่งในนั้นก็คือโรคต้อหินนั่นเอง โรคต้อหินนั้นเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตาชนิดหนึ่ง เกิดจากความเสื่อมของประสาทตา เป็นเส้นประสาทที่เชื่อมกันระหว่างตากับสมอง เส้นประสาทตาที่ว่านี้ได้ถูกทำลายลง สาเหตุที่เส้นประสาทตาถูกทำลายส่วนใหญ่จะเกิดจากความดันในลูกตาสูง ทำให้เราค่อยๆสูญเสียการมองเห็นและจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยจะเริ่มจากบริเวณรอบนอกก่อน คนที่เป็นโรคนี้ยังสามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ตรงด้านหน้าได้อย่างชัดเจนแต่ว่าจะมองไม่เห็นสิ่งของที่อยู่ทางด้านข้าง และหากเป็นมากขึ้น ลานสายตาจะค่อยๆแคบลง ถ้าหากยังปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้ตาบอดในที่สุด โดยเมื่อก่อนนั้นโรคต้อหิน จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยโอกาสที่จะเกิดโรคนั้น ก็จะสูงขึ้นไปตามอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนไป การใช้สายตาที่หนักขึ้นเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้ปัจจุบันมีแนวโน้มของคนที่เสี่ยงจะเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นและยังมีอายุที่น้อยลงด้วย โรคต้อหินนั้นมีหลายชนิดด้วยกันแต่ที่สำคัญมี 2 ชนิด คือ 1.โรคต้อหินแบบมุมปิด โรตต้อหินชนิดนี้พบได้บ่อยในคนแถบเอเชีย เกิดจากการเคลื่อนตัวและเปลี่ยนตำแหน่งของตาดำซึ่งเข้ามาปิดขวางทางออกของน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา โรคต้อหินแบบมุมปิดนี้ยังแอกเป็น 2 ชนิด คือ แบบเรื้อรังและแบบเฉียบพลัน โดยโรคต้อหินมุมปิดแบบเรื้อรังจะไม่มีอาการ เพราะอาการของโรคมีจะมีอาการลักษณะแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปทีละน้อย เมื่อเป็นในระยะเวลานานก็จะเริ่มสูญเสียการมองเห็น โรคต้อหินแบบมุมปิดชนิดเฉียบพลันอาการที่เกิดขึ้นคือจะมีลักษณะของความดันลูกตาสูงขึ้นอย่างทันทีทันใด และต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนเพราะ ผู้ที่เป็นจะมีอาการปวดตาอย่างรุนแรง มองเห็นเป็นแสงรัศมีอยู่รอบ ๆ ดวงไฟ มีอาการคลื้นไส้ […]


