เทคนิค “การเขียนสัญญา” กับหุ้นส่วนธุรกิจ
“สัญญา” เป็นเรื่องของความสมัครใจทั้งสองฝ่ายที่อยากจะเข้ามาทำสัญญากัน โดยมีการพูดจากันในเบื้องต้นว่าถ้าจะมาร่วมหุ้น ลงทุนกัน ควรจะตกลงอะไรกันไว้บ้าง ทั้งนี้บางคนอาจจะเป็นเพื่อนกัน สนิทกัน เลยคิดว่าใช้ “สัญญาใจ” กันก็ได้ จากนั้นคุยกันไปคุยกันมานานวันไปก็ลืมว่าคุยอะไรกันไว้ สุดท้ายมีเหตุมาทะเลาะกัน ก็ถกเถียงกันอีกว่าไม่ได้ตกลงกันอย่างนั้น ไม่ได้ตกลงกันอย่างนี้ ฉะนั้นการเขียน “สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร” จะมีข้อดีมากตรงที่ว่าทำให้สองฝ่ายมาตกลงกันตั้งตอนแรกว่า เธอจะลงทุนอะไร ฉันจะลงทุนอะไร แล้วถ้าเราได้กำไรแล้วเราจะแบ่งผลประโยชน์กันอย่างไร เราจะบริหารงานกันอย่างไรดี ตกลงกันให้เรียบร้อย จากนั้นก็เขียนบันทึกกันไว้ในสัญญา สองฝ่ายอ่านกันให้เข้าใจ ข้อไหนไม่เข้าใจ ถกเถียงกันให้เข้าใจตั้งแต่ต้น แล้วก็เซ็นสัญญาไว้ เพราะเมื่ออนาคตมีเรื่องทะเลาะกันขึ้นมาก็จะสามารถได้หยิบสัญญานี้ขึ้นมาดูได้ว่าได้ตกลงกันแล้วนะตั้งแต่ตอนต้นว่าเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเป็นแบบนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นเรื่องของสัญญาใจที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีให้กันไว้ เพียงแต่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันการทะเลาะเบาะแว้งกันในอนาคต ข้อดีอย่างหนึ่งของการเขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร คือเวลาที่ทั้ง 2 ฝ่ายเกิดทะเลาะกันมีการขึ้นศาลกันจริงๆ ยังมีหลักฐานอะไรที่จะสามารถเอามาสืบพยานพิสูจน์ได้ว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงกันไว้อย่างไรเบื้องต้นกันแน่ บางทีการคุยกันด้วยวาจา คุยกันอยู่สองคนไม่มีบุคคลที่ 3 ที่มารับรู้ด้วยว่า คุณคุยอะไรกันเอาไว้ พอถึงเวลาไปขึ้นศาล เวลาคุณเบิกความ ศาลก็ไม่รู้จะฟังฝ่ายใคร เพราะว่าไปอยู่ 2 คน สุดท้ายก็เลยตัดสินออกไปในลักษณะที่ศาลจะมองไปเอง แต่จริงๆ อาจจะไม่ตรงกับเจตนาลมที่ทั้ง […]


