เทรนด์อาหาร

เปิดเทรนด์อาหาร-เครื่องดื่มแคนาดา เมื่อคนให้ AI ช้อป แต่โหยหา ‘ความเรียล’ ยิ่งกว่าเดิม

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมฯ ออกมาเผยเทรนด์อาหาร-เครื่องดื่ม ที่ส่งสัญญาณเตือนถึงผู้ประกอบการไทยให้เตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในตลาดแคนาดาปี 2569

 

จากรายงานของ สคต. นครโตรอนโต พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังหมุนวนกลับไปหาความธรรมดาที่ “จริงใจ” หลังจากเหนื่อยล้ากับความสมบูรณ์แบบที่ปรุงแต่งด้วยเทคโนโลยี โดยหัวใจสำคัญคือการปรับตัวจากกลยุทธ์การตลาดแบบเดิม ๆ ไปสู่การสร้างพื้นที่ทางสังคมและความเชื่อมั่นที่ AI เลียนแบบไม่ได้

 

ในโลกการค้ายุคใหม่ “นักช้อปบอท” (Shopping Bots) จะกลายเป็นตัวกลางหลักที่ตัดสินใจซื้อสินค้าแทนมนุษย์ที่มีเวลาน้อยลง ทำให้สมรภูมิการตลาดเปลี่ยนจาก B2B หรือ B2C ไปสู่ A2B/A2C (AI-to-Business/Consumer) อย่างเต็มตัว แบรนด์ไทยจึงต้องรีบอัปเกรดตัวเองจากแค่การทำ SEO แบบเดิม ไปสู่ GEO (Generative Engine Optimization) เพื่อให้ AI จดจำและแนะนำสินค้าเราได้ นอกจากนี้ พลังของ Influencer และ Celebrity Platform จะเข้ามาแทนที่การโฆษณาแบบ Mass Marketing อย่างสิ้นเชิง โดยคนรุ่นใหม่จะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ใช้ฐานแฟนคลับสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง ๆ ผ่านช่องทาง Direct-to-Consumer ที่รวดเร็วและยืดหยุ่นกว่าแบรนด์ใหญ่ในอดีต

 

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการผงาดของเทคโนโลยี กลับเกิดวิกฤตความเหงาที่ทำให้ผู้คนโหยหาการปฏิสัมพันธ์ที่จับต้องได้ อาหารในปี 2026 จึงไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้โภชนาการ แต่ต้องเป็น “ยารักษาความเหงา” ที่สร้างพื้นที่ทางสังคมให้มนุษย์ได้เชื่อมต่อกัน แบรนด์ที่อยู่รอดคือแบรนด์ที่กล้าเผย “ความไม่สมบูรณ์แบบ” (Flawsome) ที่ดูเรียลและจริงใจ มากกว่าภาพลักษณ์สวยหรูที่สร้างโดย AI กระแสนี้ยังลามไปถึงการปฏิเสธเนื้อสัตว์จำลอง (Plant-based meat) ที่แปรรูปซับซ้อน และหันกลับไปหาอาหารดั้งเดิมที่เรียบง่ายอย่างเนื้อสัตว์หรือนมวัวธรรมชาติ รวมถึงการก้าวข้ามการอัดสารอาหารเพียงตัวเดียว (เช่น โปรตีนสูงอย่างเดียว) ไปสู่การมองหาความสมดุลของสารอาหารเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดคือการเมืองเรื่องเทรนด์อาหารที่กำลังเข้มข้นขึ้น ผู้บริโภคเริ่มตั้งคำถามกับคำว่า “อาหารแปรรูปสูง” (Ultra-processed foods) ที่บางครั้งนิยามเหมารวมจนทำให้ของดีอย่างเต้าหู้หรือโยเกิร์ตกลายเป็นผู้ร้าย แบรนด์จึงต้องมีความโปร่งใสและใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสร้างความเชื่อมั่นคืนมา

 

 

ในขณะเดียวกัน นิยามความงามก็ถูกเขียนใหม่ภายใต้แนวคิด “ยิ่งกินดี ยิ่งดูดี” ที่เชื่อมโยงสุขภาพลำไส้สู่ผิวพรรณ ทำให้พรมแดนระหว่างอาหาร ยา และเครื่องสำอางหลอมรวมกัน กลายเป็นโอกาสทองของเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลที่ให้คุณประโยชน์ด้านความงามและรสชาติที่ดี ซึ่งจะเข้ามาแทนที่การกินวิตามินแบบเม็ดที่น่าเบื่อสำหรับคน Gen Z และ Millennials

 

เรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง