HYROX

HYROX จากสนามแข่งเหงื่อโชกสู่ธุรกิจพันล้าน เทรนด์ออกกำลังกายที่กลายเป็นไวรัล

เสียงเพลงกระหึ่ม แสงไฟสาดจับเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้า และเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องทั่วฮอลล์ไบเทค บางนา คือภาพจำของ BYD HYROX Bangkok 2026 งานวิ่งผสมฟิตเนสมีนักแข่งทะลุ 17,500 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 100% พร้อมผู้ชมอีกกว่า 21,250 คนที่ยอมจ่ายเงินซื้อบัตรเข้าไปนั่งดูคนอื่น “ทรมานตัวเอง” ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ซูเปอร์สตาร์อย่างณเดชน์ คูกิมิยะ, หมาก ปริญ, เจมส์ จิรายุ และแอน ทองประสม ต่างประกาศลงสนามจริง ไม่ใช่แค่มาเปิดงาน

 

นี่ไม่ใช่แค่กระแสฟิตเนสธรรมดา แต่คือปรากฏการณ์ที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรม Wellness ทั่วโลก และกำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจมหาศาลให้กับผู้ประกอบการ SME ไทยที่มองเห็นก่อนใคร

 

HYROX ก่อตั้งในเยอรมนีเมื่อปี 2017 โดย Moritz Fürste อดีตนักกีฬาฮอกกี้ดีกรีโอลิมปิก ซึ่งรูปแบบการแข่งขันจะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก คือวิ่งสลับกับสถานีออกกำลังกาย 8 จุด ระยะทางรวม 8 กิโลเมตร

 

จุดที่ทำให้วงการธุรกิจต้องจับตาคือความเร็วในการเติบโต รายได้ของ HYROX พุ่งจากราว 40 ล้านยูโรในปี 2024 เป็น 130-140 ล้านยูโรในปี 2025 และบริษัทประเมินว่าจะแตะราว 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 หรือเติบโตเกือบเท่าตัวติดต่อกันหลายปี จนล่าสุดกองทุน L Catterton ที่มี Bernard Arnault แห่ง LVMH หนุนหลัง กำลังเจรจาซื้อหุ้นใหญ่ในมูลค่าที่คาดว่าอยู่ระหว่าง 700 ล้านถึง 1,000 ล้านยูโร

 

 

สิ่งที่ทำให้ HYROX แตกต่างจากแบรนด์ฟิตเนสทั่วไปคือ Customer Acquisition Cost ที่แทบเป็นศูนย์ ขณะที่แบรนด์ฟิตเนสทั่วไปต้องจ่าย 100-300 ดอลลาร์เพื่อหาลูกค้าใหม่หนึ่งคนผ่านโฆษณา Meta หรือ TikTok แต่ HYROX แทบไม่ใช้งบการตลาดเลย เพราะผู้เข้าแข่งขันกว่า 70% เป็นมือใหม่ที่มาจากการเห็นเพื่อนโพสต์ภาพ Finisher Patch ในโซเชียล นี่คือหลักการ Product-Led Growth ที่แท้จริง เมื่อประสบการณ์ดีพอ ตัวสินค้าเองก็กลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังที่สุด

 

การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทแม่ HYROX เท่านั้น แต่กำลังสร้าง Ecosystem รองรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางจำนวนมาก เช่นเดียวกับประเทศไทยมี HYROX Training Club ที่พุ่งสูงกว่า 150 แห่งแล้ว หลังเปิดตัวครั้งแรกในไทยเมื่อพฤษภาคม 2025 ด้วยยอดผู้เข้าร่วมกว่า 9,000 คนแบบ Sold Out ทันที ซึ่งถือเป็นตัวเลขเปิดตัวที่สูงติดอันดับต้นของโลก

 

 

แน่นอนว่าโอกาสทางธุรกิจที่ชัดเจนที่สุด คือฝั่งฟิตเนสและยิม การขอ Affiliation จาก HYROX ใช้เงินลงทุนเพียงราว 1,500 ดอลลาร์ต่อปี ถูกกว่า CrossFit ที่คิด 3,000 ดอลลาร์เกือบครึ่ง แต่ผลตอบแทนกลับสูงมาก มีกรณีศึกษาจากยิมในเนเธอร์แลนด์ที่ทำ ROI ได้ถึง 83 เท่าจากการเปิดคลาส HYROX และอีกยิมหนึ่งสร้างรายได้เพิ่ม 100,000 ดอลลาร์ต่อปีเพียงแค่เพิ่มคลาสสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นี่คือโมเดลที่ผู้ประกอบการฟิตเนสไทยขนาดกลาง และเล็กสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนสร้างแบรนด์ใหม่ตั้งแต่ศูนย์

 

นอกเหนือจากยิม ยังมี White Space อีกหลายจุดที่ธุรกิจเข้าไปเล่นได้ ตั้งแต่ธุรกิจอุปกรณ์ฝึกซ้อมเฉพาะทาง เช่น Sled, SkiErg, Sandbag ที่ตลาดโลกมีมูลค่าสูงถึง 16.3 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 และคาดว่าจะโตต่อเนื่องด้วย CAGR 5.8% ไปจนถึงปี 2033 ไปจนถึงธุรกิจโภชนาการและอาหารเสริมสำหรับ Hybrid Athlete ตลอดจนบริการโค้ชส่วนตัวเตรียมตัวลงสนาม ธุรกิจถ่ายภาพและวิดีโอสำหรับนักกีฬาที่อยากได้คอนเทนต์โพสต์ลงโซเชียล หรือเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการแข่งขันประเภทนี้ ไปจนถึงบริการด้าน Physical Therapy และการฟื้นฟูร่างกายหลังแข่ง

 

อีกมุมที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในสายฟิตเนสโดยตรงคือการทำ Brand Collaboration หรือ Sponsorship ในอีเวนต์ลักษณะนี้ เพราะกลุ่มผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ใส่ใจสุขภาพ และพร้อมเป็น Brand Ambassador ให้แบรนด์แบบออร์แกนิกผ่านการโพสต์ Finisher Patch ของตัวเอง ซึ่งเป็นรูปแบบการตลาดที่ทรงพลังกว่าการซื้อโฆษณาแบบเดิมมาก

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ