America's Got Talent

America’s Got Talent รายการที่เป็นมากกว่าความบันเทิง เพราะอะไรถึงได้รับความนิยม

เหตุการณ์ที่คนไทยสร้างชื่อเสียงในเวทีระดับโลก เกิดขึ้น เมื่อ “เนเน่ รอยัล” รัตติกานต์ อ่ำลอย เด็กสาวอายุ 16 ปีจากภูเก็ต คว้าแชมป์ America’s Got Talent (AGT) ซีซั่น 21 ด้วยคะแนนโหวตจากผู้ชมในสหรัฐอเมริกา ทำให้คนไทยทั้งประเทศได้เฮไปพร้อมกัน

 

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเวทีการประกวดดังกล่าวเป็นเส้นทางของการสร้าง Personal Brand ที่ทรงพลังมากกว่าการไต่เต้าเพื่อเข้าวงการในรูปแบบเดิม ๆ ขอแค่คลิปการแสดงที่มีคุณภาพ เกิดไวรัล ก็พาคนที่ไม่มีใครรู้จักให้กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกได้ในชั่วข้ามคืน

 

คำถามคือ รายการแบบนี้ทำไมถึงไปไกลขนาดนี้ได้อย่างไร คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่โมเดลธุรกิจที่แข็งแรง โดยเฉพาะเรื่องสปอนเซอร์ AGT ออกอากาศทาง NBC มาตั้งแต่ปี 2006 และมีแบรนด์ใหญ่ ๆ ต่อแถวเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทุกปี อย่างในหลายซีซันที่ผ่านมาก็มีแบรนด์อย่าง Sonic Drive-In เข้ามาสนับสนุนต่อเนื่องถึง 3 ซีซันติดต่อกัน

 

เหตุผลที่แบรนด์ยอมจ่ายแพงเพื่อนำชื่อแบรนด์เข้าไปอยู่ในรายการนี้ เหตุผลสำคัญเป็นเพราะ AGT เป็นรายการที่เข้าถึงผู้ชมได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น ไปจนถึงผู้สูงอายุ ต่างจากรายการเฉพาะกลุ่มทั่วไป ขณะเดียวกัน ความมีชื่อเสียงของกรรมอย่าง Simon Cowell ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ก็ยิ่งดึงดูดให้คนอยากดู และมีสปอนเซอร์พร้อมเข้ามาสนับสนุนรายการ หลังประเมินทุกด้านแล้วว่ามีความคุ้มค่ากับการลงทุนนี้

 

อีกส่วนที่เป็นหัวใจของรายได้ คือระบบการโหวตของผู้ชม โดยรายการเปิดให้โหวตผ่านหลายช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชันทางการ เว็บไซต์ และข้อความ SMS ซึ่งบางช่องทางก็มีค่าธรรมเนียมจากผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ

 

ที่น่าสนใจ คือในหลายซีซั่น ระบบโหวตออนไลน์ถูกตั้งชื่อตามสปอนเซอร์ประจำปีนั้น  ๆ  เท่ากับว่าทุกครั้งที่คนดูกดโหวตให้ผู้เข้าแข่งขัน เท่ากับว่ากำลังมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์สปอนเซอร์ไปในตัวโดยไม่รู้ตัว เป็นการโฆษณาแบบแนบเนียนที่ได้ผลมากกว่าโฆษณาคั่นรายการทั่วไป

 

นอกจากนี้ ระบบยังสร้างรายได้สองต่อให้กับรายการ ทั้งค่าธรรมเนียมการโหวตที่เก็บจากผู้ชมโดยตรง และมูลค่าสปอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้น เพราะผู้ชมมีส่วนร่วมทุกสัปดาห์ ไม่ใช่แค่นั่งดูเฉยๆ แบบรายการทีวีทั่วไป ยิ่งคนมีส่วนร่วมมาก ยิ่งเป็นแม่เหล็กดึงสปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาต่อเนื่อง

 

กลับมาที่เรื่องของ “เนเน่ รอยัล” สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีความพิเศษ คือก่อนหน้าประกาศผลจริง ผลโพลคาดคะแนนก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่าเธอมีคะแนนนำคู่แข่งแทบทุกหัวข้อ สะท้อนว่าความสามารถของเธอที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมในสหรัฐฯ ได้จริง ไม่ใช่แค่กระแสช่วงสั้น ๆ

 

การที่เด็กไทยจากภูเก็ตคนหนึ่งไปยืนบนเวทีระดับโลก ลงแข่งกับผู้เข้าแข่งขันจากทั่วทุกมุมโลก แล้วคว้าแชมป์กลับมาได้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพรสวรรค์เท่านั้น หากมองในมุมธุรกิจของ America’s Got Talent ระบบนิเวศที่รายการสร้างขึ้นก็มีส่วนสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาได้แจ้งเกิดในระดับโลก ทั้งแบรนด์สปอนเซอร์ที่ทุ่มงบให้รายการไปได้ไกล และระบบโหวตที่ให้อำนาจผู้ชมทั่วโลกเป็นคนตัดสิน

 

ความสำเร็จของ “เนเน่ รอยัล” จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า เวทีประกวดระดับโลกแบบนี้ไม่ได้มีไว้แค่หาคนเก่งมาประกวดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นธุรกิจที่ออกแบบมาอย่างรอบคอบ ให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งผู้จัดรายการ สปอนเซอร์ และตัวผู้เข้าแข่งขัน ที่ได้ทั้งชื่อเสียง และโอกาสต่อยอดอาชีพในระดับที่อาจไม่มีทางไปถึงได้เร็วขนาดนี้ หากไม่ผ่านเวทีนี้

 

เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ