การดูแลผู้สูงวัย

‘การดูแลผู้สูงวัย’ เมกะเทรนด์ธุรกิจต้องแข่งที่ “ความไว้วางใจ” ไม่ใช่จำนวนเตียง

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ กลายเป็นโอกาสของธุรกิจการดูแลผู้สูงวัยที่เข้ามาตอบโจทย์การรับบริการนี้ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่แค่โรงพยาบาลอีกต่อไป แต่ขยายถึงการดูแลถึงที่พักอาศัย โดยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของระบบสุขภาพไทย

 

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ นายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย อายุรแพทย์ Chersery Home International เล่าว่า Chersery Home โรงพยาบาลผู้สูงอายุ เกิดจากความตั้งใจของกลุ่มแพทย์ที่อยากดูแลผู้สูงอายุเชิงฟื้นฟูและการรักษาต่อเนื่องเมื่อ 10 ปีที่แล้ว โดยตั้งใจเป็นโซลูชันทั้งบริการและสินค้า ที่ครอบคลุมนอกเหนือจากโรงพยาบาลไปถึงที่บ้าน

 

 

โดยบริการหลักมี 2 ส่วน ได้แก่ 1.พำนักที่ศูนย์หรือโรงพยาบาล เพื่อฟื้นฟูต่อเนื่องทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เตรียมความพร้อมก่อนกลับบ้าน และ 2.การจับคู่พยาบาลหรือนักกายภาพบำบัดไปดูแลที่บ้าน ตอบโจทย์สังคมไทยที่ต้องการให้มีคนดูแลถึงที่พัก และสร้างความเชื่อมั่นผ่านบุคลากรมืออาชีพที่ได้มาตรฐาน

 

สำหรับจุดเด่นคือการใช้เทคโนโลยีบำบัดฟื้นฟู ทั้งโรคหลอดเลือดสมอง โรคระบบประสาท อัลไซเมอร์ ผู้ป่วยที่ต้องดูแลประคับประคองระยะท้าย และผู้ป่วยหลังผ่าตัด โดยใช้หุ่นยนต์ที่ร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อนำสู่การให้บริการสาธารณะ รวมถึงนำแนวคิด Decentralized Healthcare มากระจายบริการสาธารณสุขไปถึงบ้าน

 

นพ.เก่งพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อายุขัยของผู้สูงอายุยืนขึ้นจากเดิมราว 60 ปี เป็น 70-80 ปี และในอนาคตอาจถึง 90-100 ปี แต่การอยู่ยืนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขและความสงบ ซึ่งทำให้ผู้สูงวัยตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น ตนมองว่าธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและ Wellness จะโตไปด้วยกัน และ 10 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนจาก “รักษาและฟื้นฟู” ไปสู่ “ส่งเสริมและป้องกัน” มากขึ้น แล้วต่อยอดเป็นการดูแลระยะยาว (Long-term Care)

 

 

ด้านแนวทางได้เสนอแนวคิด 3A Model เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย ดังต่อไปนี้

 

Accessible: ระบบต้องเข้าถึงง่ายทั้งในเมือง และต่างจังหวัด โดยระบบบริการต้องสะดวก รวดเร็ว พร้อมเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

 

Affordable: ค่าบริการต้องเป็นราคาที่คนเข้าถึงได้ สามารถเลือกบริการที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ

 

Accountable: ผู้ให้บริการต้องมีมาตรฐาน สร้างระบบที่มีคุณภาพ สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ

 

นพ.เก่งพงศ์ ทิ้งท้ายว่า อนาคตของธุรกิจการดูแลผู้สูงวัยจะไม่แข่งกันที่จำนวนเตียงหรือจำนวนผู้ดูแล แต่แข่งกันที่คุณภาพ ความไว้วางใจ และความสามารถเป็นโซลูชันให้สังคมสูงวัย และหากภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการร่วมกันพัฒนาระบบดูแลที่บ้านให้ได้มาตรฐาน ไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางด้านการดูแลผู้สูงอายุในภูมิภาคได้ในอนาคต

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ