จีนกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ซื้อรายใหญ่” สู่การพึ่งพาตนเองในภาคเกษตรอย่างเต็มตัว แม้จะฉุดการนำเข้าข้าว และน้ำตาลให้หดตัวลงอย่างน่ากังวล แต่ในวิกฤตนี้ยังเป็นโอกาสทองของสินค้าไทยกลุ่ม “ผลไม้พรีเมียมและเนื้อสัตว์แปรรูป” ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
การนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของจีนในทศวรรษหน้า (ปี 2569–2578) กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการที่จีนมุ่งเน้นสร้างความมั่นคงทางอาหารและพึ่งพาตนเองมากขึ้น โดย นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยข้อมูลจากรายงาน China Agricultural Outlook ซึ่งระบุว่า จีนสามารถยกระดับกำลังการผลิตในประเทศจนสร้างสถิติใหม่ ทั้งผลผลิตธัญพืชรวมที่สูงถึง 715 ล้านตัน และผลผลิตเนื้อสัตว์รวมที่ทะลุ 100 ล้านตัน ส่งผลให้การนำเข้าสินค้าเกษตรหลักลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะข้าวโพดที่ลดลงถึงร้อยละ 80.6 และข้าวสาลีที่ลดลงร้อยละ 64.4
ขณะเดียวกัน จีนยังขยายศักยภาพการส่งออกในกลุ่มผัก ผลไม้ และสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการยกระดับภาคเกษตรกรรมภายในประเทศอย่างก้าวกระโดด
อย่างไรก็ตาม ทิศทางดังกล่าวยังคงเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับสินค้าไทย โดยเฉพาะในกลุ่มผลไม้ที่มีอัตราการนำเข้าของจีนเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 6.1 ต่อปี และมีแนวโน้มขาดดุลการค้าผลไม้ในระยะยาว เนื่องจากปริมาณการบริโภคในประเทศคาดว่าจะสูงถึง 369 ล้านตันภายในปี 2578 จึงเป็นช่องว่างสำคัญให้ผลไม้ไทย โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมและแปรรูป สามารถขยายตลาดได้อีกมาก

นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์อย่างไก่แปรรูป ก็มีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 2.4 ต่อปี เช่นเดียวกับกลุ่มสัตว์น้ำ เช่น กุ้งและอาหารทะเลแปรรูป ที่คาดว่าการนำเข้าจะโตเฉลี่ยร้อยละ 1.6 ต่อปี แตะระดับ 8.08 ล้านตัน ซึ่งสอดรับกับจุดแข็งด้านมาตรฐานการผลิตของคุณภาพสูงจากประเทศไทย
ในทางกลับกัน ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเฝ้าระวังและปรับกลยุทธ์ในกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะข้าวและน้ำตาล ซึ่งรายงานคาดการณ์ว่าจีนจะลดการนำเข้าข้าวลงเฉลี่ยร้อยละ 9.1 ต่อปี จนเหลือเพียง 0.95 ล้านตันในปี 2578 และอาจกลายเป็นคู่แข่งในตลาดโลกจากการส่งออกข้าวที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเข้าน้ำตาลมีแนวโน้มลดลงเหลือราว 4 ล้านตัน เนื่องจากจีนเร่งเพิ่มผลผลิตน้ำตาลในประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภาพรวมของตลาดจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “ตลาดนำเข้าปริมาณมาก” ไปสู่ “ตลาดสินค้าคุณภาพสูงและมีความหลากหลาย” โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้ประชากรที่สูงขึ้นและการขยายตัวของเมืองที่คาดว่าจะแตะร้อยละ 75 ภายในปี 2578 ผู้ส่งออกไทยจึงต้องเร่งยกระดับมาตรฐาน สร้างแบรนด์ ปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เน้นสุขภาพและความสะดวก พร้อมทั้งเจาะตลาดรายมณฑลและกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดอื่นควบคู่กันไป เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 44