Health Tech หรือเทคโนโลยีด้านสุขภาพ กำลังถูกพูดถึงว่าจะเป็นเทรนด์ใหญ่ในยุคถัดไป ครอบคลุมตั้งแต่แอปฯ ติดตามสุขภาพ อุปกรณ์สวมใส่ ระบบนัดหมายและพบแพทย์ออนไลน์ ตลอดจนเครื่องมือ AI ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ ทำให้เรื่องสุขภาพอยู่ใกล้ตัว สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

คำถามคือ ทำไมถึงคาดกันว่าเทรนด์นี้จะมา และคนทำธุรกิจจะมีที่ยืนตรงไหน
ปัจจัยที่ 1: AI ทำให้งานสุขภาพถูกลงและเร็วขึ้น
งานในวงการแพทย์มีส่วนที่ต้องใช้เวลามาก ทั้งการจดบันทึก จัดการเอกสาร และวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย ซึ่งเป็นงานที่ AI ช่วยได้ดี ผลสำรวจฝั่งสหรัฐฯ ระบุว่าระบบสุขภาพราว 75% เริ่มใช้ AI อย่างน้อยหนึ่งงานแล้ว และสำนักวิจัยตลาดส่วนใหญ่ประเมินว่าตลาด AI ด้านสุขภาพโตปีละราว 35-40%
ปัจจัยที่ 2: สังคมสูงวัย ความต้องการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
เมื่อประชากรอายุยืนขึ้น และมีผู้สูงอายุมากขึ้น ความต้องการดูแลสุขภาพก็เพิ่มตาม อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์ไม่สามารถเพิ่มได้ทันตามความต้องการเพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจึงเข้ามาเติมช่องว่างนี้ ซึ่งงานที่ถูกมอบหมาย เช่น การติดตามอาการจากที่บ้าน การแจ้งเตือนเมื่อสัญญาณสุขภาพผิดปกติ และการดูแลระยะไกล
แน่นอนว่าการเข้ามาของเทคโนโลยี จึงช่วยแบ่งเบาภาระบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้การทำงานง่ายยิ่งขึ้น
ปัจจัยที่ 3: บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกระโดดเข้ามา
ด้วยความที่เป็นเทรนด์ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะมาในอนาคต ทำให้เหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่มองเห็นเห็นโอกาสนี้ อย่าง Apple ที่เน้นเซนเซอร์สุขภาพของ Apple Watch รุ่นล่าสุดให้แม่นยำขึ้น หรือการสร้างแอปฯ เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ โดยการที่แบรนด์ที่คนใช้อยู่ทุกวันเริ่มจริงจังกับเรื่องสุขภาพ จะช่วยให้ผู้บริโภคคุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยีดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของตลาดนี้

อย่างไรก็ตาม Health Tech ไม่ได้โตเร็วเท่าที่รายงานตลาดวาดไว้เสมอไป เพราะข้อมูลสุขภาพอ่อนไหวมาก ถ้า AI ตอบผิดหรือข้อมูลรั่ว ผลเสียหนักกว่าสินค้าทั่วไป กฎระเบียบจึงเข้มงวด และความไว้ใจของผู้ใช้ต้องใช้เวลาสร้าง อีกอย่างคือหลายบริษัทด้านนี้ล้มเพราะโมเดลรายได้ไม่ลงตัว ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีไม่ดี
มองกลับที่ผู้ประกอบการ SME อาจไม่จำเป็นต้องไปแข่งสร้าง AI วินิจฉัยโรคกับบริษัทระดับโลก แต่โอกาสของธุรกิจอยู่ที่การแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้อย่างชัดเจน เช่น สินค้าและบริการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือในบ้าน บริการดูแลที่บ้าน หรือการฝึกอบรมผู้ดูแล, แพลตฟอร์มเชื่อมคลินิกกับผู้ป่วย เช่น ระบบนัดหมาย ติดตามอาการ หรือส่งยา สำหรับคลินิกขนาดเล็กที่ยังไม่มีระบบของตัวเอง, อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผูกกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น แผนอาหารตามค่าสุขภาพ และผู้จำหน่ายและบริการเสริมอุปกรณ์สวมใส่ ตั้งแต่การขาย ติดตั้ง ไปจนถึงให้คำปรึกษาการใช้งาน
แม้ว่า Health Tech เป็นเทรนด์ที่มีเหตุผลรองรับ และน่าจะอยู่ยาว แต่คนที่ได้ประโยชน์ก่อนมักเป็นผู้ที่เล็งโจทย์ชัด และสร้างความน่าเชื่อถือได้ ไม่ใช่รายที่ขายภาพใหญ่เพียงอย่างเดียว
เรืื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 89