Wellness
อายุยืน 120 ปีแน่ๆด้วย 5 ข้อปฏิบัติที่ต้องทำทุกวัน !!!
พิสูจน์ด้วยตัวเองมากกว่า 87 ปีแล้วโดย นพ.เฉก ธนะสิริ 1.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ด้วยการออกกำลังกายหนักเบาตามอายุ เพื่อให้ร่างกายมีออกซิเจน นำมาซึ่งพลังชีวิตหมุนเวียนใช้ไปจนตาย บนหลักการที่ว่า อยากมีแรงต้องออกแรง ทำงานกลางแจ้งตลอดชีวิต 2.กินอาหารธรรมชาติ ลดเนื้อสัตว์ 2 ขาและ 4 ขา งดมื้อเย็น บนหลังการที่ว่ากินน้อย-ตายยาก กินมาก-ตายเร็ว และอายุสั้น ดังนั้นควรเน้นอาหารจำพวกธัญพืช ผักสด ผลไม้สด เช่น ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด เผือก มัน และควรเลิกกินอาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป อาหารบรรจุซองสำเร็จ เช่น แฮม เบคอน ชีส ครีมชีส ไส้กรอก แหนม เพราะอาหารเหล่านี้ใส่สารกันบูด ถ้ากินบ่อยอายุจะสั้นลง 3.ดื่มน้ำสะอาด อย่ารอให้รู้สึกกระหายน้ำและค่อยดื่ม ควรจิบให้ได้ตลอดวัน โดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเช้า น้ำที่ดีต่อสุขภาพที่สุด คือ น้ำเปล่า ควรจิบให้ได้วันละ […]
ทางลัดสู่การรักษาผิวไหม้แดด…
หากมีอาการคัน แสบ แดงและอักเสบเล็กน้อย ให้รีบทาครีมกันแดดเพิ่มหากยังต้องทำงานหรือมีกิจกรรมอยู่กลางแสงแดด จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีว่านหางจระเข้เป็นส่วนประกอบ ทางหลังออกจากแสงแดดเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น หากมีอาการปวดแสบปวดร้อน ผิวหนังมีลักษณะเป็นผื่นแดงบวม ให้ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบและกินยาแก้ปวด นอกจากนี้อาจทาผลิตภัณฑ์โลชั่นที่มีความชุ่มชื้นสูง ในระยะที่มีอาหารผิวลอกเป็นขุยผิวหนังมีสีคล้ำขึ้น ซึ่งจะเกิดภายในการออกแดด 3-5 วัน ให้ใช้ผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง เช่น น้ำมันงา หรือ น้ำมันมะกอก ทาบางๆ หากการไหม้ของผิวหนังมีความรุนแรงคือ บวมแดงพุพองเหมือนถูกน้ำร้อนลวก ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทพการรักษา เพราะอาจเกิดการอักเสบและติดเชื้อได้ หลังจากเล่นน้ำทะเล อาบแดดอ่อนๆ ให้ดื่มชาเขียวหรือไอศกรีมชาเขียว ซึ่งจะมีฤทธิ์ยับนั้งและป้องกันมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากการถูกแดดเผา หรือได้รับแสงอัตราไวโอเลตมากเกินไป กินผลไม้เยอะๆโดยเฉพาะกลุ่มที่มีวิตามิน A B E C และเบตาแคโรทีน เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ว่านหางจระเข้ เป็นต้น โดยควรกินไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของอาหารมื้อนั้นๆ ส่วนโยเกิร์ตก็ช่วยให้ผิวไม่แห้งกร้าน และถ้ากลับมาหน้าดำเรียบร้อยแล้ว ก็อย่าพึ่งรีบร้อนหาทางขจัดกระ ฝ้า หน้งแดง หน้าดำ ให้รอสักพัก เลือกใช้ส้ม มะนาว มะขามเปียก สับปะรด เพิ่อช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว
5 สัญญาณส่อแวว ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน !!!
ปัสสาวะบ่อยๆ และจำนวนมาก จากการที่ไตกรองน้ำตาลออกมาสู่ปัสสาวะ และดึงน้ำออกมาด้วย ฉะนั้นยิ่งน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้นเท่าใดก็ยิ่งทำให้ผู้ป่วยเบาหวานถ่ายปัสสาวะบ่อยและจำนวนมากขึ้นเท่านั้น น้ำหนักลด ผอมลงและอ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากร่างกายเอาน้ำตาลไปใช้พลังงานไม่ได้เพราะขาดอินซูลิน จึงมีการสลายพลังงานจากไขมันและโปรตีนที่เก็บสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทน จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและน้ำหนักลดลง คอแห้ง กระหายน้ำและดื่มน้ำมาก เนื่องจากร่างกายเสียน้ำทางปัสสาวะจำนวนมาก จึงเกิดการขาดน้ำทำให้กระหายน้ำมาก ดื่มน้ำบ่อยเพื่อชดเชยส่วนที่เสียไป หิวบ่อย และกินมากขึ้น เป็นผลจากร่างกายขาดพลังงานเนื่องจากไม่สามารถนำน้ำตาลกลูโคสในเลือดไปใช้ได้ร่วมกับมีการสลายเนื้อเยื่อต่างๆภายในร่างกาย เพื่อชดเชยภาวะนี้จึงมีอาการหิวบ่อยและกินจุ มีแผลหายยาก มีการติดเชื้อตามผิวหนัง เนื่องจากความสามารถของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดเชื้อโรคลดลงหรือคันตามผิวหนัง มีการติดเชื้อราโดยเฉพาะบริเวณที่อับ ช่องคลอด และชาตามปลายนิ้วมือนิ้วเท้า ……………………………………………………………………………………. *** ดังนั้นผู้ที่มอาการส่อแววดังที่กล่าวมานั้น ควรไปรับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเป็นโรคเบาหวานหรือไม่
ประโยชน์จาก ‘ถั่วฝักยาว’
ถั่วฝักยาวเป็นไม้เถา ออกดอกเป็นช่อสีม่วงอ่อนหรือสีขาวออกเหลือง มีผลเป็นฝักยาว 2-60 ซม. เมล็ดภายในฝักมีรูปร่างคล้ายไต ประโยชน์จาก ถั่วฝักยาว ได้แก่ 1. ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน 2. มีวิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 3. รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน 4. เมล็ดสดๆหรือตากแห้ง แล้วต้มดื่ม ช่วยให้ไตและม้ามแข็งแรง นอกจากนั้นยังแก้ไขอาการตกขาวของผู้หญิงอีกด้วย 5. เปลือกฝัก นำมาต้มกิน หรือพอกบรรเทาอาการปวดบวม 6. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท้อง แต่อย่างไรก้ดี การกินถั่วฝักยาว หรือผักต่างๆ ต้องระวังเรื่องยาฆ่าแมลงด้วย ควรกินผักที่ปลอดสารพิษ จะได้ทั้งความอร่อยและได้ประโยชน์อีกด้วย รูปภาพจาก : http://frynn.com
ฝึกคลำเต้านมด้วยตนเอง
การตรวจเต้านมด้วยตนเองมีความสำคัญอย่างยิ่งในสุภาพสตรีทุกคน ตั้งแต่วัยสาวขึ้นไป เพราะการตรวจพบความผิดปกติเร็วเท่าใด การรักษาย่อมได้ผลดีเท่านั้น ผู้หญิงทุกคนควรฝึกหัดคลำเต้านมตนเองทุกๆ 1 เดือน จะทำให้เกิดความชำนาญและคุ้นเคยกับความยืดหยุ่นของเต้านมปกติ ซึ่งหากมีอะไรผิดปกติเล็กๆน้อยๆ ก็สามารถรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเต้านมได้ ในแต่ละเดือนเวลาเหมาะสมในการตรวจเต้านมด้วยตนเองคือ 7 วัน ภายหลังมีประจำเดือน เพราะเต้านมจะไม่ค่อยตึงและเวลาคลำจะไม่ค่อยเจ็บ แต่หากมีระจำเดือนมาไม่แน่นอน ควรตรวจวันเดียวกันของทุกเดือน เช่น ตรวจทุกวันที่ 7 ของทุกเดือน เป็นต้น การเปลี่ยนแปลงที่อาจสังเกตจากอาการที่พบ เช่น ขนาดที่เปลี่ยนแปลง ผิวหนังบริเวณเต้านมที่เปลี่ยนแปลงบุ๋มลงหรือหดรั้ง มีของเหลวผิดปกติไหลออกมาจากหัวนม ผิวหนังเปลี่ยนสีออกไป อาการเหล่านี้สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงได้จากการส่งกระจกดู สำหรับการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ถ้าต้องการตรวจด้านขวาให้นอนหงาย เอาหมอนหนุนใต้ไหล่ขวา โดยใช้นิ้วชี้นิ้วกลางและนิ้วนางของมือซ้ายกดลงบริเวณเต้านมให้ทั่ว ซึ่งอาจใช้คลำเป็นวงกลมรอบหัวนมออกไป กว้างขึ้นเรื่อยหรือคลำเป็นแนวตั้ง และแนวนอนซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายให้ทั่วเต้านม ให้เป็นระเบียบแบบแผนสม่ำเสมอ เพื่อจะได้ไม่หลงบางตำแหน่งที่นึกง่าคลำแล้ว ถ้าต้องการตรวจเต้านมซ้ายก็ทำเช่นเดียวกันแต่สลับฝั่งกัน
เส้นเลือดในสมองตีบสู่ อัมพฤษ์-อัมพาต
อัมพฤษ์-อัมพาต เป็นอาการที่คนทั่วไปกลัวกันมาก เพราะเป็นแล้วมักจะไม่ค่อยหาย หรือหายไม่สนิท ใช้เวลาฟื้นฟูสมรรถภาพค่อนข้างนาน แถมยังมีความพิการหลงเหลืออยู่ไ่มากก็น้อย สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือประมาณ 80-90 % ก็คือ โรคหลอดเลือดสมองตีบ ที่เหลือก็เป็นสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกในสมอง ฝีในสมอง เป็นต้น เส้นเลือดในสมองตีบสู่ “อัมพฤษ์-อัมพาต” เส้นเลือดสมองตีบ เป็นโรคหนึ่งซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มใหญ่ที่เรียกว่า โรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 โรค หลักๆได้แก่ เส้นเลือดสมองตีบ , แตกและอุดตัน โดยเส้นเลือดที่ตีบเกิดจากการหนาตัวของผนังหลอดเลือด หรือองค์ประกอบอื่นๆของเลือด มาสะสมตามผนังหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไหลผ่านได้น้อยลง ถ้าเป็นมาก ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง เกิดความเสียหายต่อเซลล์สมองบริเวณนั้นๆ และในที่สุดจะกลายเป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต อาการเริ่มต้น เนื่องจากสมองมีหลายส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป ดังนั้นอาการของผู้ป่วยแต่ละคนขึ้นอยู่กับบริเวณของสอมงที่มีเส้นเลือดตีบ อาการที่พบบ่อยคือ – แขนขาอ่อนแรง หรือชาซีกใดซีกหนึ่ง (บางกรณีอาจเป็นทั้ง 2 ซีก) – ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด […]
อาหารที่ไม่ควรทานในหน้าร้อน
นอกจากการทานอาหารและเครื่องดื่มเพื่อช่วยให้เราคลายร้อนแล้ว เรายังจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่เรากินเข้าไปแล้ว ทำให้ร่างกายของเรายิ่งร้อน หรือยิ่งอ่อนเพลียเวลาเจอแดดอีกด้วย มาดูกันว่าอาหารที่เราควรหลีกเลี่ยงในหน้าร้อนนี้มีอะไรบ้าง 1. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ทำให้เราต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งการขับน้ำออกจากร่างกาย ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลียได้ง่ายเวลาออกไปเจอแดด นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดอาการใจสั่น 2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การที่เราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอากาศร้อนๆนั้น อาจทำให้เราช็อคได้ เพราะแอลกอฮอล์จะไปทำให้เส้นเลือดขยาย 3. ของทอด ของมัน น้ำมันจากการทอดนั้น ทำให้ร่างกายของเราร้อน และเกิดการอักเสบอีกด้วย 4. อาหารรสเค็มจัด ยิ่งเรากินเค็มมากๆ ไตของเรายิ่งทำงานหนักมากขึ้นด้วย และยิ่งในหน้าร้อนด้วย ไตของเราก็จะทำงานหนักมากขึ้นไปอีก เพื่อสงวนน้ำไว้ในร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรงดอาหารเค็มเพื่อไม่ให้ไต ทำงานหนักมากขึ้นไปอีก 5. ขนมหวานและอาหารหวาน ขนมที่มีรสหวานนั้น ทำให้ร่างกายของเราร้อนขึ้น เพราะเมื่อร่างกายเราเผาผลาญน้ำตาลจะสร้างความร้อนขึ้นมา
ดื่มน้ำมะพร้าว Summer นี้ ได้ประโยชน์แถมช่วยคลายร้อน
ช่วงนี้จะไปไหนมาไหนที ก็เจอแต่อากาศร้อน โดนแดดแค่ไม่กี่นาทีก็เหงื่อชุ่มตัวแล้ว หลายคนก็อยากที่จะหาวิธีที่จะช่วยให้คลายร้อนขึ้นมาบ้าง เช่น อาบน้ำบ่อยๆ เปิดแอร์ทั้งวัน ดื่มย้ำเย็นๆ วันนี้เราเลยมีอีกหนึ่งวิธีมานำเสนอ ซึ่งทั้งได้ทั้งความสดชื่น คลายร้อน แถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย นั่นก็คือ น้ำมะพร้าว ซึงในมะพร้าวนั้น เราจะได้กินทั้งเนื้อมะพร้าว และน้ำมะพร้าวอีกด้วย ส่วนประโยชน์ของน้ำมะพร้าวนั้นได้แก่ 1.ทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง 2.ในเนื้อและน้ำมันมะพร้าวอ่อนมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับร่างกายอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุเหล็ก และยังมีไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย 3.ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ดับร้อนได้เป็นอย่างดี 4.มีคุณสมบัติเป็นธาตุเย็น ช่วยล้างพิษขับพิษของเสียออกจากร่างกาย 5.ช่วยแก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน 6.ช่วยแก้อาการบวมน้ำ 7.ช่วยป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์ 8.ช่วยลดอาการไข้สูง ตัวร้อน 9.ช่วยรักษาโรคกระเพาะ 10.ช่วยแก้โรคบิด 11.ใช้ถ่ายพยาธิได้ 12.ช่วยขับปัสสาวะ เยอะมากๆ เลยกับประโยชน์ของน้ำมะพร้าว ยังไงก็อย่าลืมหาน้ำมะพร้าวเย็นๆ หรือจะเป็นน้ำมะพร้าวปั่นมาดื่มคลายร้อนแถมยังได้สุขภาพกันด้วยน้าาาา รูปภาพจาก : https://cdifffoundation.files.wordpress.com
ภาชนะอะไร เอาเข้าไมโครเวฟได้
ภาชนะที่ใช้สำหรับบรรจุอาหารเพื่อใช้สำหรับไมโครเวฟถือเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากเลือกภาชนะที่ใช้ไม่ถูกต้องแล้ว อาจจะส่งผลให้เกิดโทษและอันตรายได้ เนื่องจากสารโพลิเมอร์หรือสารเคมีที่ถูกหลอมละลายจากคลื่นไมโครเวฟ ภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการใช้กับไมโครเวฟนั้นได้แก่ 1. พลาสติก แต่ พลาสติกนั้นก็มีหลายประเภท ทั้งแบบทนความร้อนได้ และไม่สามารถถูกความร้อนได้เลยก็มี พลาสติกสำหรับใส่ไมโครเวฟที่เหมาะสมควรจะทำมาจากพลาสติกประเภท Polyethylene terephthalate (PET) หรือ Polypropylene (PP) ซึ่งมีคุณสมบัติคือ เบา มีความเหนียว ทนทาน และที่สำคัญต้องมีสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าใช้สำหรับอุ่นในไมโครเวฟได้ 2. ภาชนะทำจากกระดาษ หรือ กระดาษที่เคลือบแวกซ์หรือเคลือบพลาสติก ก็เอามาใช้ได้เช่นกัน 3. แก้ว หรือแก้วผสมเซรามิก ถือเป็นภาชนะที่ปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจาก แก้วเป็นสารอนินทรีย์ที่มีองค์ประกอบหลักเป็นทราย องค์ประกอบของแก้วจะไม่ดูดซึมน้ำ สารอาหาร และคลื่นไมโครเวฟ 4. เซรามิก ก็เป็นภาชนะที่สามารถใช้กับเตาไมโครเวฟได้อย่างปลอดภัย แต่ถ้าเซรามิกของคุณมีลายสีทองหรือสีเงินของโลหะ ไม่ควรนำมาใช้กับไมโครเวฟอย่างยิ่ง เพราะเมื่อโดนความร้อน จะสะท้อนคลื่นไมโครเวฟกลับไป ทำให้เครื่องมีอายุการใช้งานที่สั้นลง อย่างไรก็ดีถ้าเลือกได้ เราควรเลือกใช้ภาชนะที่เป็นแก้ว เพราะจะทำให้ได้รับความปลอดภัยในการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟที่สุดนั่นเอง
ประโยชน์ของ ใบละบาท กับความเชื่อ “ไม้แห่งความร่ำรวย”
รูปภาพจาก https://namnamwatcharin.files.wordpress.com http://www.nanagarden.com/
ช่วงวัยของสาวๆ กับการดูแลตัวเอง
เพราะผิวมีการเปลี่ยนแปลงสภาพไปตาาช่วงวัย อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมลภาวะแวดล้อมที่เราเผขิญด้วย จึงทำให้การบำรุงผิวหน้าของคุณผู้หญิงในแต่ละวัยมีการดูแลที่ต่างกัน เราเลยมีคำแนะนำในการบำรุงผิวหน้าทั้งหมด 4 ช่วงวัย เพื่อเป็นไกด์ไลน์ให้สาวๆ ได้มีทิศทางในการบำรุงผิวหน้าอย่างตรงจุดมากขึ้น วัย 20 เน้นความชุ่มชื้น วัยเลข 2 เป็นช่วงวัยที่สาวๆ ควรใส่ใจบำรุง และเน้นป้องกันความเหี่ยวย่นตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงผิวบริเวณรอบคอด้วย สาวๆวัยนี้ไม่ควรลละเลยเรื่องการทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน เน้นการระงับเม็ดสิวด้วยยาแต้มสิว รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผวมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ในวัยนี้ก็สามารถทำสครับผิวหน้าได้แล้ว ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ทุกๆ 2 อาทิตย์ ทั้งนี้เพื่อให้สภาพผิวมีความแข็งแรง มีความชุ่มชื้น มีการผลัดเซลล์ที่ปกติไม่มีเซลล์ผิวเก่าสะสม วัย 30 ใส่ใจเรื่องฝ้า กระ จุดด่างดำ วัยเลข 3 อาจมาพร้อมกับความกังวลหลายๆอย่าง จึงส่งผลทำให้ผิวหน้ามีปัญหาเรื่องริ้วรอย อีกทั้งบางคนที่ไม่ทาครีมกันแดดเป็นประจำก็มักจะมีปัญหาเรื่องฝ้า กระ และจุดด่างดำด้วย สำหรับสิ่งที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นของผิวสาววัย 30 ที่มีปัญหาผิวมันก็คือ การสครับผิวหน้าบ้าง คือ ทำเดือนละครั้ง วัย 40 บำรุงผิวให้กระชับ สาววัยเลข 4 อาจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องความเหี่ยวย่นบริเวณผิวรอบดวงตา และริมฝีปากบ้างแล้ว […]
ร้อนๆแบบนี้ ระวัง… ??
ร้อนๆแบบนี้ ระวัง… ?? เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทยตอนนี้ ทำให้ใครหลายๆคนเหงื่อไหลไคลย้อยกันทั้งวัน แต่ที่น่าระวังคือ โรคลมแดด ที่ใครหลายๆคนไม่ค่อยให้ความสนใจ โรคลมแดดเป็นวิกฤตที่ร่างกายไม่สามารถปรับสภาพร่างกายหรืออุณหภูมิภายในร่างกายที่ร้อนจัดได้ หากร่ากายของเราไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ อาจเกิดอาการเวียนศรีษะ เป็นลมหน้ามืด ช็อก ถ้าไม่ได้รับการรักษาในทันที สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ข้อแนะนำก็คือ ทานน้ำเย็นๆเมื่อรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียจากแดดร้อนๆ หรืออยู่บริเวณที่อากาศระบายสะดวก ก็สามารถแก้ไขการเกิดโรคลมแดดได้แล้วค่ะ
ไขมันดีดี ที่มีอยู่จริง…
ถั่วเหลือง ประกอบไปด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี โปรตีนและกรดไลโนเลอิก ซึ่งในแต่ละวันเรารับประทานอาหารประเภทถั่วเหลืองเพื่อสุขภาพที่ดี เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น ปลาแซลมอน จัดว่าเป็นปลาทะเลที่มีโอเมก้า-3 สูงกว่าปลาชนิดอื่นๆ ซึ่งโอเมกา-3 นี้ประกอบไปด้วยเกรด EPA และ DHA ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย และให้คุณค่าทางโปรตีนสูง หอมหัวใหญ่ 100 กรัม ให้พลังงาน 38 กิโลแคลอรี และมีไขมันดีอยู่มาก ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับความดันโลหิต และช่วยลดคอเลสเตอรอล
ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับมันฝรั่ง…
โดยเฉพาะผู้หญิงทั้งหลาย มักจะมีความเชื่อผิดๆที่ว่ามันฝรั่งทำให้อ้วน จึงพยายามหลีกเลี่ยงมันฝรั่งทุกวิถีทาง แต่ใครจะรู้ในความเป็นจริงนั้น มันฝรั้งไม่ได้ทำให้คุณอ้วนแต่อย่างใด แถมยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าแก่ร่างกายรวมทั้งคุณประโยชน์ต่างๆดังนี้ เมื่อเทียบกับบรรดาอาหารจากแป้งด้วยกัน มันฝรั่งถือว่าให้แคลอรีต่ำ เพราะในปริมาณ 100 กรัมเท่ากันนั้น มันฝรั่งต้มให้พลังงาน 85 กิโลแคลอรี ขณะที่ข้าวนั้นให้พลังงาน 87 กิโลแคลอรี พาสต้าให้พลังงาน 114 กิโลแคลอรี ส่วนในขนมปังให้แคลอรีสูงถึง 250 กิโลแคลอรี ในมันฝรั่งมีปริมาณของกากใยอาหารอยู่สูงถึงร้อยละ 7 ใน 1 ผลในมันฝรั่ง 300 กรัม จะให้ปริมาณกากใยสูงถึงร้อยละ 15 ของกากใยทั้งหมดที่ร่างกายต้องการ และช่วยในการขับถ่ายให้ดำเนินเป็นปกติ ในมันฝรั่งมีโปรตีน ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียมอยู่สูง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามิน B1 B2 B6 และยังมีวิตามิน C อยู่ในปริมาณสูง ในมันฝรั่ง 300 กรัม จะให้ปริมาณวิตามิน C แก่คุณถึง 1 ใน 3 ของวิตามิน […]


