สร้างธุรกิจใหม่ แต่กลับไปไม่รอด คุณจะได้อะไรหากทำธุรกิจแล้วเจ๊งไม่เป็นดังที่หวัง
การทำธุรกิจนั้นบางครั้งก็เปรียบเสมือนกับการเสี่ยงดวง เพราะถ้าคุณเริ่มทำแบบผิดที่ ผิดเวลา ก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ แม้จะเลียนแบบคนที่เขาเคยสำเร็จมาก่อนขนาดไหนก็ตาม ซึ่งแน่นอน ถึงแม้จะไม่มีใครอยากล้มเหลวในการทำธุรกิจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การเริ่มต้นธุรกิจใหม่เป็นอะไรที่เสี่ยงมาก เพราะผู้คนไม่นิยมใช้เงินมากขึ้น จึงรัดเข็มขัดตัวเองในทุก ๆ การใช้จ่าย ดังนั้นโอกาสที่จะลืมตาในสภาพแบบนี้ที่ยังต้องลองผิดลองถูก และไม่มีลูกค้าเก่ามาช่วยขับเคลื่อนจึงเป็นสิ่งที่ยากมาก ซึ่งถ้าคุณเองกำลังเข้าสู่ช่วงที่รู้สึกว่าธุรกิจใหม่กำลังจะไปไม่รอด และหมดสิ้นหนทางในการทำธุรกิจ หรือเฝ้าแต่โทษตัวเองจนสุขภาพจิตใจและร่างกายเสื่อมโทรมลง แนะนำให้เอา 6 ข้อคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ดู คุณจะรู้ว่าจริงๆ แล้วการล้มเหลวครั้งนี้มันก็ให้อะไรกับคุณไม่น้อยเหมือนกัน 1. ได้ทำในสิ่งที่อยากทำสักที การก้าวออกมาจากคอมฟอร์ทโซนได้เป็นเรื่องที่กล้าหาญมาก มีหลายคนที่อยากจะทำนู่นทำนี่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือทำจริงๆ สักที เพราะมีความกลัวครอบงำเต็มไปหมด การลงมือทำธุรกิจแล้วเจ๊ง อย่างน้อยก็ทำให้คุณกลายเป็นคนที่มีความกล้า และเชื่อเถอะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สร้างกันได้ง่ายๆ อีกหน่อยเมื่อคุณเจอช่องทางอะไร คุณจะตัดสินใจและเริ่มได้ไวกว่าทุกคนแน่นอน นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมคุณถึงจะเป็นคนกลุ่มแรกที่เข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ก่อนเสมอ และเพราะบทเรียนจากการทำธุรกิจที่แล้วมานี่เองที่จะส่งผลให้คุณระมัดระวัง รอบคอบ รวมถึงตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในอนาคต แบบที่คนไร้ประสบการณ์ไม่มีทางเข้าใจ 2. มีคอนแทคใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเพียบ คอนแทคยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจอยู่ดี ซึ่งการที่คุณเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ถึงแม้มันจะเจ๊งไม่เป็นท่า แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้คุณได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ คู่ค้าใหม่ พาร์ทเนอร์ธุรกิจใหม่ๆ รวมถึงจะได้คอนแทคจากเหล่าลูกน้องในทีม ซึ่งในอนาคตเมื่อไหร่ที่คุณวางแผนจะกลับมายืนหยัดอีกครั้ง คุณก็จะสามารถติดต่อคนที่มีฝีมือดีเหล่านี้ เพื่อชักชวนมาร่วมงานได้ทันที รวมทั้งเหล่าคอนแทคดีๆ […]


