สรรพากร หารือผู้ให้บริการแพลตฟอร์มคริปโต เพื่อหาแนวทางจัดเก็บภาษี ณ ที่จ่าย 15% หวังช่วยอำนวยความสะดวกของนักลงทุนมากที่สุด
นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ โฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ในส่วนของการยื่นภาษีเงินได้ที่เกิดจากผลประโยชน์ หรือ กำไร จากการซื้อขายคริปโต กฎหมายได้กำหนดไว้ตั้งแต่ช่วงกลาง ปี 2561 ซึ่งหากผู้เสียภาษีทำการยื่นภาษีเงินได้ผ่านเว็บไซต์ จะมีการระบุชัดเจนในส่วนของภาษีเงินได้ประเภท 4 แต่หากยื่นโดยการกรอกเอกสาร จะต้องไประบุเพิ่มเติมในช่อง อื่นๆ ขณะที่นักขุดเหรียญคริปโต จะเข้าข่ายต้องเสียภาษีเงินได้ ประเภท 8 ซึ่งจะนับเป็นรายได้เมื่อมีการนำเหรียญที่ได้จากการขุดไปขาย ขณะที่การหักลดหย่อนภาษีของนักขุดเหรียญฯ จะต้องยื่นขอหักจริง โดยสามารถนำใบเสร็จหรือหลักฐานค่าใช้จ่าย เช่น ค่าใช้จ่ายซื้อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ ค่าไฟ เป็นต้น มาใช้ในการแสดงเพื่อหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งอัตราภาษีของผู้ขุดเหรียญ จะใช้อัตราภาษีในอัตราก้าวหน้า เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา ในส่วนของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต มีหน้าที่ในการนำค่าธรรมเนียมที่เก็บจากนักลงทุนมาเสียภาษี ซึ่งหากเป็นผู้ให้บริการในไทย ก็มีหน้าที่ยื่นภาษีในไทย แต่หากเป็นผู้บริการต่างประเทศ ก็ต้องดูว่าได้จดทะเบียนที่ไหน เนื่องจากจะมีเรื่องของถิ่นที่อยู่ด้วย ส่วนนักลงทุนไทย หากมีการเทรดบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ ก็ต้องพิจารณาว่ารายได้ส่วนนั้นมีการนำกลับเข้ามาในประเทศหรือไม่ ซึ่งในการเสียภาษีของบุคคลธรรมดาของไทย จะพิจารณา 2 เรื่อง คือ ถิ่นที่อยู่ในไทย จะต้องอยู่เกิน 180 วัน และแหล่งเงินได้ ซึ่งหากเทรดในแพลตฟอร์มต่างประเทศ หากมีกำไรและนำกลับเข้าประเทศในปีภาษีเดียวกัน […]


