ถ้าคุณคิดว่า Wellness คือคำสวยหรูที่แบรนด์ใช้ดึงดูดลูกค้าในยุคที่คนมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพ คุณอาจกำลังอยู่หลังเทรนด์ไปแล้ว
คุณสุทัศน์ วงศ์สุขศิริ Director จากบริษัท สปอร์ตส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ รีครีเอชั่น เอเซีย จำกัด (SEARA) ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมสุขภาพและฟิตเนสในภูมิภาค ชี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า ตลาด Wellness ของไทยกำลังเปลี่ยนโฉม และยังมีพื้นที่ “น่านน้ำสีฟ้า” รอผู้ประกอบการที่เข้าใจอยู่อีกมาก

เมื่อถามถึงทิศทางของตลาดสุขภาพในไทย คุณสุทัศน์ตอบตรงไปตรงมาว่า คำที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องเข้าใจให้ลึกกว่าเดิมในวันนี้มีอยู่สองคำ คือ “Wellness” และ “Longevity” ถ้าวันนี้ผู้ประกอบการยังไม่สามารถตีความหมายของคำว่า Wellness ได้อย่างลึกซึ้ง ผมคิดว่าอาจจะไม่เพียงพอต่อการส่งมอบบริการครับ
ความต่างระหว่าง “สุขภาพ” กับ “สุขภาวะ” ไม่ใช่แค่เรื่องของคำศัพท์ แต่หมายถึงระดับของการส่งมอบคุณค่าที่ลึกกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ Wellness ในความหมายที่คุณสุทัศน์พูดถึง ไม่ใช่การออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงระบบฟื้นฟู ความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตใจ และการวัดผลได้จริง
“Wellness และ Longevity ไม่ใช่ Marketing Gimmick อีกต่อไป แต่มันคือการส่งมอบสุขภาวะที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้และวัดผลได้จริงๆ” คุณสุทัศน์ กล่าว
บริการที่คุณสุทัศน์มองว่ากำลังมาแรง ได้แก่ ออกซิเจนบำบัด, การบำบัดด้วยความเย็น (Cold Therapy), และการบำบัดด้วยแสง สิ่งเหล่านี้ล้วนอิงกับวิทยาศาสตร์ และสามแปีก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครพูดถึงในไทย

คุณสุทัศน์วิเคราะห์ว่า สิ่งที่ทำให้เทรนด์นี้โตเร็วและยั่งยืน มาจากสองด้านที่เสริมกัน ด้านที่ 1 คือโครงสร้างประชากรโดยประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ส่งผลให้ความต้องการของตลาดโฟกัสไปที่ “การมีชีวิตยืนยาวและยั่งยืน” มากกว่ากิจกรรมการแข่งขันในรูปแบบต่างๆ ตลาดไม่ได้ต้องการแค่แข็งแรง แต่ต้องการ อายุยืนอย่างมีคุณภาพ
ส่วนด้านที่ 2 นวัตกรรมจากฝั่งผู้ผลิต โดยเทคโนโลยี AI ที่สามารถรวบรวมข้อมูลจากหลายจุดมาสร้าง Personalized Prescription ได้ รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ขยายไลน์มาสู่อุปกรณ์ฟื้นฟูด้วย ทำให้ทั้ง Supply และ Demand เติบโตพร้อมกัน
นอกจากนี้ หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดในการสนทนา คือตัวเลขจาก Ursa สถาบันวิจัยด้านอุตสาหกรรม Health Club ระดับโลก ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1% ของประชากรที่เป็นสมาชิก Health Club ในขณะที่บางประเทศในยุโรปอยู่ที่ 20-30% จะเห็นได้ว่าช่องว่าง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยที่ยังไม่ได้รับบริการด้านนี้ และนี่คือโอกาสมหาศาลที่รอผู้ประกอบการที่พร้อมเข้ามาส่งมอบบริการอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม คุณสุทัศน์เตือนผู้ประกอบการที่กำลังสนใจตลาดนี้ว่า ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือการตีความ Wellness แคบเกินไป ถ้าตีความว่า Healthcare คือสถานออกกำลังกายแคบ ๆ ตนกลัวว่าการตีความแบบนี้มันอาจจะพาเราไปเข้าสู่ตลาดเลือดซึ่งหมายถึงตลาดที่มีผู้ให้บริการเยอะ แต่มีตลาดน้อยแบบไม่รู้ตัว
แต่หากเข้าใจว่า Wellness หมายถึงทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางจิต รวมถึงตลาดผู้สูงอายุที่กำลังโต นั่นคือ Blue Ocean ที่ยังรอผู้เล่นที่เข้าใจจริงอยู่
คุณสุทัศน์ให้ความเห็นถึงเทรนด์ที่ผู้ประกอบการต้องจับตามีด้วยกัน 2 กระแสหลัก
กระแสที่ 1: Fitness กลายเป็น Community
ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ Hyrox ที่กำลังเป็นกระแสในไทย แต่คุณสุทัศน์ชี้ว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่า Hyrox ฮิตเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ดี เพราะเป็นทั้งเกม และมีส่วนผสมของสังคม มี Community ได้เจอกับเพื่อนใหม่ ๆ โดยสิ่งที่ผู้ประกอบการควรถอดบทเรียน คือการออกแบบให้การออกกำลังกายเดิม ๆ กลายเป็นกิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้
กระแสที่ 2: Exercise + Recovery = Wellness ที่สมบูรณ์
อนาคตของธุรกิจ Wellness คือการ “เชื่อมต่อ” สองสิ่งที่ปัจจุบันยังแยกกันอยู่ ไม่ใช่ location ที่แยกจากกัน ไม่ใช่ demographic ที่แตกต่างกัน แต่มันเป็นสองสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อให้เป็นเนื้อเดียวได้ ซึ่งทุกวันนี้ผู้บริโภคไปทำ treatment ที่คลินิกหนึ่ง แล้วไปออกกำลังกายที่อีกที่ ธุรกิจที่สามารถนำเสนอประสบการณ์แบบครบวงจรที่เชื่อมทั้งสองเข้าหากัน จะเป็นผู้ชนะในตลาดนี้
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ คุณสุทัศน์ปิดท้ายด้วยข้อความที่ตรงไปตรงมา ในภาวะที่ตลาดมีความรู้มากขึ้น มีการแข่งขันมากขึ้น ผู้ประกอบการจะไม่สามารถเป็นแค่ Passive Investor แล้วปล่อยให้ระบบเดิมทำงาน แต่ต้องมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เข้าใจประสบการณ์ตรงนั้นจริง ๆ ผ่านความเข้าใจสิ่งที่ส่งมอบให้ลูกค้าจากมุมของลูกค้าจริง ๆ, เข้าใจระบบทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลัง และรู้ว่าจะสร้างคุณค่าเพิ่มในฝั่งของประสบการณ์ลูกค้าได้อย่างไร
ตลาด Wellness ในไทยไม่ได้ขาดผู้เล่น แต่ขาดผู้เล่นที่เข้าใจจริงๆ ว่า Wellness คืออะไร ช่องว่างระหว่าง 1% กับ 20-30% ในยุโรปไม่ได้บอกว่าตลาดมีโอกาส และเป็นการส่งสัญญาณว่าตลาดกำลัง ‘รอ’ ให้ใครสักคนมาทำได้ดีพอ
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 87