ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ปล่อยซิงเกิลใหม่ “SaWaDiKa” พร้อมมิวสิกวิดีโออย่างเป็นทางการ ภายใต้สังกัด LLOUD Co. และ RCA Records เป็นซิงเกิลแรกจาก EP ชุดใหม่ “PRESS PLAY” ที่เตรียมวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคมนี้ สิ่งที่ทำให้เพลงนี้กลายเป็นกรณีศึกษาด้าน Soft Power ที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่ความสามารถทางดนตรีของศิลปิน แต่คือวิธีที่ความเป็นไทยถูกนำไปเสนอต่อสายตาคนทั่วโลกอย่างมีชั้นเชิง
จุดแข็งแรกที่เห็นได้ชัดคือการตั้งชื่อเพลง “SaWaDiKa” ซึ่งมาจากคำทักทายสุภาพของคนไทยอย่าง “สวัสดีค่ะ” แต่ไม่ได้ถอดเสียงตามหลักราชบัณฑิตยสภาแบบตรงไปตรงมา การเลือกสะกดในแบบที่อ่านง่ายและจดจำได้สำหรับผู้ฟังนานาชาติ ทำให้คำไทยที่คนทั้งโลกไม่คุ้นเคย กลายเป็นคำติดหูที่แฟนเพลงทั่วโลกพร้อมออกเสียงตามได้ทันที นี่คือหลักการตลาดที่สำคัญมาก คือการทำให้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นสามารถเข้าถึง และเข้าใจได้ง่ายในระดับสากล โดยไม่สูญเสียความเป็นตัวตนดั้งเดิมไป
เช่นเดียวกับมิวสิกวิดีโอถ่ายทำที่กรุงเทพมหานคร บ้านเกิดของลิซ่าเอง กำกับโดย Bang Jae Yeob ผู้กำกับชาวเกาหลีที่มีผลงานกำกับ MV ศิลปิน K-pop มาอย่างโชกโชน การผสมผสานนี้น่าสนใจตรงที่ใช้มาตรฐานการผลิตระดับอุตสาหกรรม K-pop ที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จไปทั่วโลก มาบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไทยผ่านสายตาคนนอกที่เข้าใจภาษาสากลของวงการเพลงป๊อป

เมื่อดูรายละเอียดในมิวสิกวิดีโอ พบว่าลิซ่าปรากฏตัวในหลากหลายลุค หนึ่งในลุคที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือชุดไทยโมเดิร์นจากแบรนด์ไทย “HOOK’S by PRAPAKAS” โดยผักกาด-ประภาพร ที่นำศิลปวัฒนธรรมไทยมาตีความใหม่ในสไตล์ Futuristic & Cyberpunk ตัวชุดเป็นเกาะอกและกระโปรงสั้นโทนทองบรอนซ์ ประดับด้วยเหรียญ หิน คริสตัล ลูกปัดแก้ว และเลื่อมใบโพธิ์ทองที่พลิ้วไหวตามจังหวะการเต้น พร้อมหัวเข็มขัดโลหะสลักลายช้างและตัวอักษรไทยคำว่า “สวัสดีค่ะ” นี่ไม่ใช่ความร่วมมือครั้งแรกระหว่างลิซ่ากับแบรนด์นี้
การเลือกสวมใส่ผลงานออกแบบของดีไซเนอร์ไทยแทนแบรนด์แฟชั่นระดับโลก คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าฝีมือช่างไทยสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับวงการแฟชั่นระดับสากลได้ พร้อมเดินอวดสไตล์ผ่านสถานที่สำคัญของกรุงเทพฯกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น สถานีรถไฟหัวลำโพง, ซอยงามดูพลี, ซอยเฉลิมเขต 1, ถนนรองเมือง, Dib Bangkok ที่คนไทยคุ้นตา แต่กลายเป็นเรื่องแปลกใหม่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ชมต่างชาติ

สิ่งที่ทำให้ “SaWaDiKa” ประสบความสำเร็จในการเป็นสื่อกลาง Soft Power ไทย คือการที่ลิซ่าไม่ได้แค่ใส่ความเป็นไทยเข้าไปเพื่อสร้างจุดขาย แต่ใช้สถานะซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของตัวเองเป็นช่องทางส่งออกวัฒนธรรมไทยไปยังผู้ฟังหลายร้อยล้านคนทั่วโลกพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่งบประมาณโฆษณาการท่องเที่ยวหรือการส่งเสริมวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมทำได้ยากในระดับเดียวกัน โดยยอดวิวในยูทูป ณ วันที่ 7 ก.ย. ทะลุไปกว่า 134 ล้านวิวแล้ว
สำหรับผู้ประกอบการไทย บทเรียนสำคัญคือการมองหาวิธีนำเสนอเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้เข้ากับบริบทสากลโดยไม่สูญเสียตัวตน เหมือนที่ “สวัสดีค่ะ” ถูกปรับให้อ่านง่ายเป็น SaWaDiKa หรือกางเกงมวยไทยที่ถูกตีความใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น ธุรกิจไทยไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความเป็นไทยดั้งเดิมกับความเป็นสากล แต่สามารถหาจุดกึ่งกลางที่รักษาเอกลักษณ์ไว้ พร้อมปรับการนำเสนอให้เข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคต่างชาติได้
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 262