Whole Moo World

ไอเดีย Whole Moo World รีดนมตอนเช้า ขายผ่านตู้ เปลี่ยนฟาร์มโคนมให้ขายได้ 24 ชม.

เด็กนักศึกษาเดินผ่านตู้ Vending Machine กลางดึก แล้วหยิบนมสดออกมาดื่มได้ทันที นี่คือภาพที่เกิดขึ้นจริงในชนบทของอังกฤษ จากไอเดียธุรกิจของ “Whole Moo World” ฟาร์มโคนมครอบครัวรุ่นที่ 4 ของตระกูล James ในเมืองบอเดนแฮม เฮริฟอร์ดเชียร์ ที่นำน้ำนมสดจากฟาร์มมาขายตรงผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ แทนที่จะขายส่งให้โรงงานแปรรูปเพียงอย่างเดียวเหมือนฟาร์มทั่วไป

 

ครอบครัว James เลี้ยงวัวนมกว่า 130 ตัว ผลิตน้ำนมได้ราว 4,500 ลิตรต่อวัน โดยแบ่งน้ำนมเพียง 30% มาขายตรงผ่านตู้ Vending Machine ของตัวเองที่ขยายไปแล้วเกือบ 20 จุด กระจายอยู่ในเฮริฟอร์ดเชียร์และมณฑลใกล้เคียงอย่างกลอสเตอร์เชียร์ วูสเตอร์เชียร์ และชรอปเชียร์ ส่วนที่เหลืออีก 70% ยังคงขายส่งให้โรงงานแปรรูปตามปกติ เป็นการกระจายความเสี่ยงที่ชาญฉลาด คือไม่ทิ้งรายได้หลักเดิม แต่เปิดช่องทางใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าควบคู่กันไป น้ำนมที่ขายผ่านตู้เป็นแบบไม่ผ่านการแยกครีม บรรจุในขวดแก้วที่ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแล้วนำมาล้างใช้ซ้ำได้ ราคาลิตรละ 1.50 ปอนด์ ส่วนมิลค์เชคหลากรสชาติราคา 2.90 ปอนด์ต่อลิตร

 

 

จุดที่น่าสนใจวิเคราะห์ผ่านโมเดลธุรกิจ คือการใช้กลยุทธ์ Direct-to-Consumer ที่ตัดคนกลางออกไปทั้งหมด ปกติเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมักถูกกดราคาจากโรงงานแปรรูปที่เป็นคนกลางเพียงไม่กี่ราย แต่การขายตรงผ่านตู้ทำให้ครอบครัว James ได้ราคาที่สูงกว่าขายส่งอย่างมีนัยสำคัญ เพราะลูกค้าเต็มใจจ่ายเพิ่มสำหรับความสดใหม่และการได้รู้ที่มาของสินค้าอย่างชัดเจน

 

เช่นเดียวกับการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีพนักงานประจำ ตู้ Vending Machine ช่วยแก้ข้อจำกัดของร้านค้าทั่วไปที่มีเวลาเปิดปิดตายตัว ลูกค้าสามารถซื้อนมสดได้ทุกเวลาที่ต้องการ ไม่ต้องรอคิวหรือรอเวลาร้านเปิด กลายเป็นความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้ตรงจุด

 

แน่นอนว่าจุดขายของ Whole Moo World ไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “เรื่องราว” ตั้งแต่ฟาร์มถึงแก้ว ลูกค้ารู้ว่านมที่ดื่มมาจากฟาร์มไหน วัวเลี้ยงแบบไหน สร้างความไว้วางใจ รวมถึงความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนท้องถิ่นที่สินค้าอุตสาหกรรมทั่วไปให้ไม่ได้ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการซื้อนมแต่ละขวด คือการสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยโดยตรง รวมถึงการใช้ขวดแก้วที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ช่วยลดขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติก ประกอบกับการลดการเดินทางไปซูเปอร์มาร์เก็ตของลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียง ก็เป็นเรื่องราวจุดขายที่ตรงใจผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

เมื่อการขายนมผ่าตู้ Vending Machine เริ่มติดตลาด นำมาสู่การขยายธุรกิจออกไปสู่บริการอื่น ๆ นั่นคือ “Tuckshop” ที่นำเบเกอรี่ แซนด์วิช และของว่างจากผู้ผลิตท้องถิ่นรายเล็กมาขายผ่านตู้ ปัจจุบันขยายไปแล้วกว่า 22 จุด ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ข้างตู้นมเดิม สะท้อนว่าเมื่อมีเครือข่ายทำเล และฐานลูกค้าที่เชื่อถือแบรนด์อยู่แล้ว การเพิ่มสินค้าใหม่เข้าไปในระบบเดิมทำได้ง่ายกว่าการเริ่มสร้างช่องทางใหม่ตั้งแต่ศูนย์มาก

 

ผู้ก่อตั้งยังมองไกลไปกว่าการทำกำไร โดยเชื่อว่าโมเดลตู้ Vending Machine สามารถช่วยแก้ปัญหา “Food Desert” หรือพื้นที่ชนบทที่ขาดร้านค้าเข้าถึงสินค้าสดได้ง่าย เพราะฟาร์มขนาดเล็กที่ไม่มีทำเล หรือเงินทุนพอจะเปิดร้านของตัวเอง ยังสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ผ่านตู้ที่ใช้พื้นที่น้อย และลงทุนต่ำกว่าการเปิดหน้าร้าน

 

ที่มา: wholemooworld

 

เรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง