เมื่อพูดถึงเมนูเครื่องดื่มที่ขายดีที่สุดบนเที่ยวบิน หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าคำตอบจะเป็น “ชานมไข่มุก” ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย แต่วันนี้เครื่องดื่มตัวนี้กลายเป็น Signature Drink ที่ทำยอดขายสะสมทะลุ 1.5 ล้านแก้วไปแล้ว และเป็นเมนูยอดฮิตตลอดกาลที่ลูกค้าเทใจให้
เส้นทางความสำเร็จนี้ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้น แต่ผ่านทั้งช่วงรุ่งเรืองและช่วงวิกฤตที่แทบต้องหยุดขายไปเลย กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่อยากเรียนรู้เรื่องความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจ
ไทยแอร์เอเชียเปิดตัวชานมไข่มุกครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2019 ในฐานะสายการบินแรกที่นำเครื่องดื่มชนิดนี้ขึ้นเสิร์ฟบนฟ้า จุดขายสำคัญอยู่ที่รสชาติเข้มข้นและไข่มุกเคี้ยวกรุบที่สร้างความสดชื่นระหว่างการเดินทาง ผลตอบรับดีเกินคาดจนภายในเวลาเพียง 5 เดือนแรก สามารถทำยอดขายได้ถึง 1.25 แสนแก้ว ทั้งจากการขายบนเครื่องบินโดยตรงและระบบสั่งจองล่วงหน้า (Pre-book) โดยอาศัยแรงหนุนจากการบอกต่อปากต่อปากและรีวิวจากผู้โดยสารที่ประทับใจ

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2020 เมื่อสถานการณ์โควิด-19 บังคับให้อุตสาหกรรมการบินทั้งระบบหยุดชะงัก สายการบินต้องงดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องเพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ยอดขายชานมไข่มุกที่เคยเติบโตต่อเนื่องจึงตกฮวบทันที
แต่แทนที่จะรอให้สถานการณ์คลี่คลาย ทีมงานเลือกปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการนำเมนูจากฟ้าลงมาสู่พื้นดิน เปิดบริการเดลิเวอรี่ถึงบ้าน ปรับขนาดจากแก้วบนเครื่องบินเป็นขวดใหญ่ขนาด 1 ลิตรสำหรับดื่มทั้งครอบครัว พร้อมแยกขายไข่มุกต่างหาก ให้บริการทั้งในกรุงเทพฯ และขยายไปเชียงใหม่ อีกทั้งยังเปิดบริการจัดเลี้ยงสำหรับออเดอร์ตั้งแต่ 100 แก้วขึ้นไป กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริมให้องค์กร และสร้างงานให้พนักงานในช่วงที่ธุรกิจหลักหยุดชะงัก
สิ่งที่น่าสนใจ คือแม้ยอดขายจะร่วงลงอย่างหนักในปี 2021 เหลือเพียง 5.71 หมื่นแก้วตลอดทั้งปี แต่แบรนด์ยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่างชาไทยไข่มุกออกมาเสริมทัพ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่การเดินทางจะกลับมาเป็นปกติ
เมื่อการเดินทางเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2022 ชานมไข่มุกก็ค่อย ๆ กลับมาให้บริการบนเครื่องบินอีกครั้ง กระทั่งปี 2023 ที่ไทยแอร์เอเชียกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบ ทั้งชาไทยไข่มุก และชานมไข่มุกกลับมาเสิร์ฟพร้อมกัน ดันยอดขายพุ่งขึ้นเป็น 2.85 แสนแก้วตลอดทั้งปี และเติบโตต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุด 3.77 แสนแก้วในปี 2024 สอดคล้องกับปริมาณการเดินทางที่ฟื้นตัวเต็มที่ ล่าสุดในปี 2026 ยอดขายชานมไข่มุกทำได้แล้วถึง 1.2 แสนแก้ว และเมื่อรวมยอดสะสมทั้งหมดตั้งแต่เปิดตัว ตัวเลขทะลุ 1.5 ล้านแก้วเป็นที่เรียบร้อย
นอกจากนี้ แบรนด์ยังต่อยอดด้วยการพัฒนาเครื่องดื่มตามฤดูกาลออกมาสลับหมุนเวียน เช่น อเมริกาโน่มะปี๊ด น้ำลำไย และน้ำทับทิมเลม่อนเจลลี่ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้เมนูควบคู่ไปกับสินค้าหลัก
เรื่องราวของชานมไข่มุกไทยแอร์เอเชียสะท้อนหลักคิดสำคัญสามข้อ คือไม่ยึดติดกับช่องทางขายเดียว เมื่อช่องทางหลักถูกปิดกั้น การหาช่องทางใหม่อย่างรวดเร็วคือกุญแจที่ทำให้แบรนด์อยู่รอด ไม่หยุดพัฒนาสินค้าแม้ในช่วงวิกฤต เพราะแสดงให้เห็นว่าแบรนด์พร้อมเติบโตทันทีที่โอกาสกลับมา และรักษาคุณภาพควบคู่กับการปรับปรุงให้ตรงใจลูกค้าอยู่เสมอ จนทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำต่อเนื่องถึงวันนี้
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 71