กระแสกาแฟดำถูกพูดถึงในเวทีระดับโลก เมื่อนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวเปิดงานเสวนา CNN Global Perspectives: In Bangkok โดยแนะนำให้ผู้ฟังลองชิม “โอเลี้ยง” กาแฟดำเย็นของไทย พร้อมบอกว่าถ้าได้ลองแล้ว อาจลืมอเมริกาโน่ไปตลอดชีวิต
ประโยคนี้ทำให้เครื่องดื่มโอเลี้ยงกลับมาเป็นที่พูดถึง และชวนให้ย้อนดูว่าแบรนด์ที่ทำเครื่องดื่มนี้มายาวนาน
แบรนด์ที่นึกถึง คือ ‘โคฟี่’ ที่มีเรื่องราวธุรกิจน่าสนใจ อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 40 ปี โดยเริ่มต้นเมื่อปี 2523 จากการผลิตโอเลี้ยง ชาดำเย็นสำเร็จรูป และน้ำผลไม้บรรจุขวด ภายใต้แบรนด์ Cofe ต่อมาขยายไปสู่เครื่องดื่มสมุนไพร และน้ำผลไม้ในชื่อแบรนด์ Fruit-D
เมื่อพูดถึงเครื่องดื่ม ‘โคฟี่’ พบว่านี่เป็นผู้ผลิตรายแรกของประเทศที่นำเมล็ดกาแฟมาทำเป็นโอเลี้ยงบรรจุขวดพร้อมดื่ม ปัจจุบันจัดจำหน่ายทั่วประเทศทั้งทางร้านค้าแบบดั้งเดิม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต และโมเดิร์นเทรด ซึ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างทั่วถึง

ที่มา: รูปภาพจากเว็บไซต์ cofethai
กลยุทธ์ธุรกิจและการตลาดที่ทำให้แบรนด์ยังยืนหยัดอยู่ มองได้ 4 ประเด็น
1.ขยายสินค้าจากจุดแข็งเดิม เริ่มจากโอเลี้ยง ต่อยอดเป็นชาดำเย็น น้ำตาลสด เครื่องดื่มสมุนไพร (เช่น บ๊วย มะขาม กระเจี๊ยบ อัญชัน เก๊กฮวย) และรับผลิตแบรนด์ให้ลูกค้า (OEM) ทำให้โรงงานและเครือข่ายวัตถุดิบถูกใช้ได้คุ้มขึ้น
2.อยู่ร่วมกับเกษตรกร โดยรับซื้อผลผลิตการเกษตรราว 2,000 ตันต่อปี ทั้งน้ำตาลจากจั่นมะพร้าว เมล็ดกาแฟ และบ๊วย ปี 2566 ยอดขายน้ำตาลสดเติบโต 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามที่แบรนด์ระบุ
- กระจายช่องทางขาย สินค้าวางขายทั้งร้านค้าทั่วไป ซูเปอร์มาร์เก็ต และโมเดิร์นเทรด รวมถึงแม็คโคร เทสโก้ บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น และแฟมิลี่มาร์ท ทั้งใน และต่างประเทศ
- เล่าเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ไทย โดยแบรนด์เคยอยู่ในแคมเปญ “เสน่ห์ความเป็นไทยใคร ๆ ก็หลงรัก” ของ CP All ที่มี Jackson Wang และ Tens Chitpol ร่วมแคมเปญ ซึ่งชูจุดขายว่าเป็น “สินค้าไทยที่ผลิตโดยบริษัทของคนไทย 100%” นี่จึงเป็นการช่วยเพิ่มการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่
ทำไม ‘โอเลี้ยง’ ถึงได้รับความนิยม และเกี่ยวกับ ‘อเมริกาโน่’ อย่างไร
มาพูดถึงประเด็นระหว่าง ‘โอเลี้ยง’ กับ ‘อเมริกาโน่’ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ‘โอเลี้ยง’ คือกาแฟดำเย็นแบบไทย ไม่ใส่นม รสเข้มและหวานพอดี ดื่มคู่กับน้ำแข็งแก้ไขปัญหาอากาศร้อนของไทยได้ตรงจุด หาซื้อง่ายทั้งร้านกาแฟโบราณ รถเข็น และร้านสะดวกซื้อ ราคาเข้าถึงได้ จึงอยู่กับชีวิตประจำวันของคนไทยมาโดยตลอด
ข้อเปรียบเทียบกับอเมริกาโน่เย็น เกิดจากเครื่องดื่มทั้งสองเป็น “กาแฟดำเย็น” เหมือนกัน จุดต่างอยู่ที่รสชาติและวิธีทำ โอเลี้ยงมักหวานและกลมกล่อมกว่า ส่วนอเมริกาโน่เน้นรสกาแฟล้วน คำพูดของนายกฯ จึงเป็นการตั้งโอเลี้ยงให้เป็นทางเลือกของคนที่ดื่มอเมริกาโน่อยู่แล้ว และเป็นวิธีเล่าเรื่องวัฒนธรรมกาแฟไทยให้คนต่างชาติเข้าใจง่ายขึ้น
แม้ว่า ‘โอเลี้ยง’ จะเป็นเครื่องดื่มดั้งเดิม ที่มีความโบราณ แต่หากมีวิธีสื่อสารให้เข้ากับยุค เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคจากเครื่องดื่มธรรมดาก็สามารถเข้าไปอยู่ในใจของผู้ที่ชื่นชอบกาแฟได้
ที่มา: cofethai, posttoday
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 98