ปัญหาของการทำธุรกิจร้านอาหาร หนีไม่พ้นการปรับขึ้นราคาเมนู ที่มาพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของลูกค้าอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่สำหรับ Saizeriya ร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยนในประเทศญี่ปุ่น กลับไม่เป็นแบบนั้น แม้จะปรับขึ้นราคาเมนูเฉลี่ย 6% แต่ลูกค้าเข้าใจสถานการณ์ และชวนกันไปอุดหนุนร้านอาหารแห่งนี้
Saizeriya ประกาศปรับขึ้นราคาเมนูอาหารครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 1998 โดยเฉลี่ย 6% ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ และพลังงานที่พุ่งสูง ทำให้บริษัทจำเป็นต้องยกเลิกนโยบายคงราคาเมนูอาหารที่ใช้มาอย่างยาวนาน ซึ่งราคาของโดเรียสไตล์มิลาน เมนูข้าวอบยอดนิยมของร้านจะปรับขึ้น 20 เยน จากราคาเดิม 300 เยน เป็น 320 เยน ขณะที่เมนูอาหารรายการอื่น ๆ ก็มีราคาสูงเช่นกัน อย่างแฮมเบอร์เกอร์สเต็กเพิ่มจาก 400 เยน เป็น 430 เยน, ไก่ย่างสไตล์เดียโวลาเพิ่มจาก 500 เยน เป็น 530 เยน
การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของร้าน เพราะสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำ คืออาหารสไตล์อินตาเลียนราคาไม่แพง และไม่มีนโยบายที่จะขึ้นราคาอาหารแต่อย่างใด

Shuji Matsutani ประธาน Saizeriya กล่าวว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความไม่เต็มใจ หลังจากบริษัทได้พยายามทุกวิธีทางเพื่อรักษาระดับราคาที่ต่ำไว้ โดยเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง แต่เราได้ข้อสรุปแล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องขึ้นราคา
บริษัทฯ ยึดมั่นในนโยบายที่ไม่ขึ้นราคามาโดยตลอด แม้ว่าคู่แข่งจะปรับเมนูเพื่อสะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นการรักษาความสมดุลของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม Matsutani เน้นย้ำว่าร้านยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนออาหารราคาไม่แพง และจะพิจารณาลดราคาอีกครั้ง หากสถานการณ์เอื้ออำนวย
“เราต้องการทำให้สินค้ามีราคาถูกทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ปัจจุบันเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว หากวิธีนี้ทำให้เสียลูกค้าไป คงต้องยอมรับว่ามันสะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่องของเราเอง”
ประเด็นที่น่าสนใจของเรื่องนี้ แทนที่ลูกค้าจะแสดงความไม่พอใจ กลายเป็นชาวเน็ตญี่ปุ่นพากันส่งข้อความให้กำลังใจแบรนด์อย่างล้นหลาม โดยมองว่าราคาเดิมนั้น “ถูกเกินไป” มานานแล้ว และการปรับขึ้นราคาเพียงเล็กน้อยในครั้งนี้ก็มีความสมเหตุสมผลที่สุด เพื่อความอยู่รอดของร้านโปรด ก่อนที่ทุกคนจะมุ่งหน้าไปอุดหนุนและเพลิดเพลินกับอาหารที่ร้านตามปกติ
ที่มา: newsonjapan
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Post Views: 88