ทิปส์ง่ายๆ ที่จะบอกว่า ‘แฟรนไชส์’ ประเภทไหนและของเจ้าใด เหมาะกับเราที่สุด
แฟรนไชส์ ถือเป็นรูปแบบธุรกิจที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากมาพร้อมกับแบรนด์ และรูปแบบการบริหารจัดการที่มีระบบ ซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องมีการจ่ายค่าลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้า และค่า Know-how ที่ได้เรียนรู้กับเจ้าของแฟรนไชส์ ส่วนลักษณะการจ่ายก็จะแตกต่างกันไปตามข้อตกลง เช่น จ่ายค่าแฟรนไชส์ครั้งแรก หรือ หักค่าสิทธิ์ Royalty Fees จากรายได้ของผู้ซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งก่อนจะซื้อแฟรนไชส์ เราต้องดูให้รอบคอบ ว่าประเภทไหนและของเจ้าใดเหมาะกับเรา โดยมีทิปส์ง่ายๆ ดังนี้ เริ่มจากกำหนดราคาซื้อให้เหมาะสมกับตัวเราเอง แน่นอนว่าเวลาเราจะซื้อแฟรนไชส์อะไรก็ตาม ราคาคือสิ่งแรกที่เราจะถามตัวเองก่อนเสมอ ซึ่งผู้ซื้อแฟรนไชส์ควรคำนวณต้นทุน และศึกษาราคาที่เหมาะกับความสามารถในการลงทุน มองเห็นโอกาสการเติบโตของแฟรนไชส์ที่เราสนใจ นั่นคือแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคในอีก 1-2 ปีข้างหน้า กลุ่มลูกค้าจะยังนิยมในสินค้าประเภทนี้อยู่หรือไม่ ความความผันผวนเรื่องราคาวัตถุดิบมีมากแค่ไหน เอื้อต่อความสะดวกทั้งตัวผู้ซื้อแฟรนไชส์และผู้บริโภคหรือไม่ และการแข่งขันของธุรกิจเดียวกันในท้องตลาดเป็นอย่างไร แฟรนไชส์นั้น เป็นประเภทธุรกิจที่เราชอบจริงๆหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น การเลือกทำธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟ เพราะปัจจุบันคนนิยมดื่มกาแฟกันมาก แต่เจ้าของธุรกิจเองดันไม่ดื่มกาแฟ ซึ่งกรณีแบบนี้ อาจทำให้เจ้าของกิจการไม่สามารถเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้ ความมั่นคงของธุรกิจแฟรนไชส์ที่เราสนใจ เพราะถึงแม้จะสามารถบริหารแฟรนไชส์ที่ซื้อมาได้ดี แต่หากบริษัทแม่ต้องปิดตัวไปก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ ฉะนั้นควรศึกษาให้ดีว่าแฟรนไชส์เจ้านั้น ทำธุรกิจนี้มาแล้วกี่ปี ปัจจุบันมีสาขาของตัวเองและสาขาแฟรนไชส์กี่สาขา ความเสมอต้นเสมอปลายในเรื่องคุณภาพ ก่อนซื้อแฟรนไชส์เราควรศึกษาตัวเจ้าของแฟรนไชส์อย่างรอบคอบ ว่าเขาให้ความสำคัญในการควบคุมคุณภาพสินค้าหรือบริการหรือไม่ เช่น หากเป็นสินค้าบริโภค ก็ต้องควบคุมคุณภาพของวัตถุดิบให้สะอาดและได้มาตรฐาน สำหรับธุรกิจบริการ […]


