ธุรกิจไอศกรีม

อดีตนักวางผังเมือง ไล่ตามความฝันผันตัวทำธุรกิจไอศกรีม สร้างรายได้กว่า 90 ล้าน

ทุกคนล้วนมีความฝันเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับ Pooja Bavishi มีความฝันอยากทำธุรกิจที่ส่งมอบความสุขด้วยการขายขนมหวาน อย่างการทำธุรกิจไอศกรีมแม้จะเริ่มต้นช้า แต่ก็ไม่มีคำว่าสายเกินไป หากจะทำอะไรสักอย่างที่อยากจะทำ

 

Bavishi เป็นผู้ก่อตั้ง และซีอีโอของบริษัทไอศกรีม Malai ในปี 2015 โดยธุรกิจมีร้านค้าปลีก 4 แห่งในนิวยอร์ก, ฟิลาเดลเฟีย และวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงธุรกิจค้าส่ง และอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต แม้จะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ด้วยรสชาติจากวัตถุดิบที่ได้ลิ้มลองมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งพ่อ-แม่เป็นชาวอินเดีย เดินทางเข้ามาอยู่ในสหรัฐฯ ทำให้ไอศกรีมของเธอเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคแบบไม่เป็นสองรองใคร

 

“ไอศกรีม Malai นั้นมีความแตกต่างออกไป เพราะไม่ได้แค่จำกัดแค่ช็อกโกแลตและวานิลลา แต่ยังมีรสชาติอื่น ๆ ที่มีความแปลกใหม่ เช่น กระวาน กุหลาบ หญ้าฝรั่น และลูกจันทน์เทศ เหล่านี้เป็นรสชาติที่ผู้คนจำนวนมากรู้จักจึงอยากนำมาผสมผสานกับอาหารของชาวอเมริกัน” Bavishi กล่าว

 

ก่อนจะทำธุรกิจ Bavishi สำเร็จการศึกษาด้านการวางผังเมือง เกิดไอเดียทำธุรกิจ สร้างแบรนด์ Malai หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำในปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เธอกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ (MBA) ที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก โดยมีโอกาสทดลองทำไอศกรีมโฮมเมดด้วยเครื่องเทศสองชนิดที่มักใช้บ่อยในครัว คือ ‘ขิง’ และ ‘โป๊ยกั๊ก’

 

“เพื่อน ๆ พูดกันว่า เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย” Bavishi กล่าว

 

ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี Bavishi ไม่มีประสบการณ์ด้านอาหาร แต่ก็ตัดสินใจเปิดร้านไอศกรีม และเข้าสู่แวดวงธุรกิจนี้อย่างเป็นทางการ โดยในช่วงแรกเธอใช้เงินที่ใช้ซื้อของชำในวันปกติมาทำไอศกรีม และไปตั้งแผงขายตามตลาดในช่วงวันหยุด พร้อมทั้งแจกแบบสอบถามให้กับลูกค้าว่ารู้สึกอย่างไรกับรสชาติไอศกรีม เพื่อสร้างความแน่ใจว่าจะมีตลาดรองรับสินค้า และไอเดียที่ใส่ลงไปมีความสมเหตุสมผลหรือไม่

 

Bavishi ทดลองรสชาติต่าง ๆ จนรู้แน่ชัดแล้วว่าลูกค้าของแบรนด์คือใคร และพวกเขากำลังมองหาอะไรอยู่ มีพฤติกรรมการซื้อเป็นอย่างไร และกำลังให้บริการลูกค้ากลุ่มใด หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ย่อมทำอะไรไม่ถูก

 

 

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ คือมีนักเขียนด้านอาหารของหนังสือพิมพ์ The New York Times ได้กล่าวถึง Malai ในสื่อกระแสหลักเป็นครั้งแรกในปี 2015 เรื่องราวที่เกิดขึ้นผลักดันยอดขายไอศกรีมแบบถ้วย และไอศกรีมแท่งแช่แข็ง ทั้งที่เปิดตัว

 

หลังจากนั้นได้มีการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง Malai สามารถทำกำไรภายในปี 2024 หลังจากที่สาขาต่าง ๆ ประสบความสำเร็จ และสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคง ไม่เพียงเท่านั้น ธุรกิจยังมีบริการในรูปแบบอีคอมเมิร์ซส่งสินค้าไปขายตามร้านขายของชำ และผู้ค้าปลีกออนไลน์ เช่น Goldbelly เหล่านี้ทำให้รายได้ธุรกิจเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้แบรนด์ที่เพิ่มมากขึ้น

 

 

Bavishi ยังมีเป้าหมายที่อยากจะสร้าง Malai ให้เป็นแบรนด์ระดับประเทศ แม้จะเป็นเส้นทางอีกยาวไกล แต่สักวันหนึ่งต้องไปให้ถึงให้ได้

 

ทั้งนี้ ในปี 2025 ธุรกิจไอศกรีม Malai ทำยอดขายรวมได้ 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 91 ล้านบาท) โดยรายได้ประมาณ 80% มาจากร้านค้าแบบดั้งเดิม ซึ่งแต่ละสาขาสร้างกำไรได้เป็นอย่างดี

 

ที่มา: CNBC, malai

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ